Accenture เผย 5 เทรนด์หลัก ส่งผลต่อสังคม วัฒนธรรม และธุรกิจ ในปี 2022

Accenture เผย 5 เทรนด์หลัก ส่งผลต่อสังคม วัฒนธรรม และธุรกิจ ในปี 2022

รายงาน Fjord Trends ของ Accenture ในปีนี้ ชี้ให้เห็นว่า ระยะเวลาเกือบสองปีที่สังคมมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ไปถึงระดับโครงสร้าง ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับงาน วัฒนธรรมการบริโภค เทคโนโลยี และโลกใบนี้ ก็เปลี่ยนตามกันไปหมด บริษัทหรือองค์กรต่างๆ จึงต้องปรับตัวและออกแบบแนวการทำธุรกิจรูปแบบใหม่

รายงานฟยอร์ดเทรนด์กล่าวถึงพฤติกรรมใหม่ที่จะเป็นปัจจัยท้าทายสำหรับธุรกิจ ซึ่งจะสร้างผลกระทบทำให้ธุรกิจต้องคิดทบทวนแนวทางการออกแบบ การสร้างนวัตกรรม และการเติบโต เนื่องจากพนักงานมีความคาดหวัง แนวคิด และมุมมองที่เปลี่ยนไป ประกอบกับสภาวะการขาดแคลนในด้านต่างๆ อันเนื่องมาจากการหยุดชะงักของซัพพลายเชน และการเกิดขึ้นของสภาพแวดล้อมในโลกเสมือนจริงที่เกิดขึ้นใหม่อย่างเมตาเวิร์ส

Bluebik แนะธุรกิจ 4 สิ่งต้องรู้ก่อนทำ Data-driven Marketing
ร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก” เติบโต อัตราการผลิตพุ่ง ดันต้นทุนต่อชิ้นปรับลดลงราว 50%

“เราไม่ควรมองข้ามเรื่องระดับของความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปอย่างที่เราเห็นอยู่ตอนนี้ หรือบทบาทของธุรกิจที่ต้องปรับตัวตาม” ดาวิน สมานนท์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานบริการทางการเงิน เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย กล่าว

“การตัดสินใจต่างๆ ของธุรกิจที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้ อาจจะส่งผลต่อโลกของเราและโครงสร้างในหลายด้านมากเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้ และทุกสิ่งจะมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือเรื่องความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปของคน ไม่ว่าจะกับเพื่อนร่วมงาน แบรนด์ สังคม สถานที่ และสิ่งต่างๆ ที่คนให้ความสำคัญ ดังนั้น อนาคตที่กำลังมาถึงจะเป็นช่วงเวลาที่ท้าทาย ขณะเดียวกันก็ยังมีโอกาสที่ดีอีกมากให้ธุรกิจสานสายสัมพันธ์ในด้านต่างๆ เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับชีวิตที่ดี ที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้คน สังคม และโลกใบนี้ต่อไป”

รายงาน Fjord Trends 2022 คาดการณ์กระแสพฤติกรรมมนุษย์และ 5 เทรนด์หลักที่จะส่งผลต่อสังคม วัฒนธรรม และธุรกิจ ดังนี้:

1.เป็นอย่างที่ตัวเองเป็น (Come as you are)

การที่ผู้คนรู้สึกสามารถควบคุมชีวิตตัวเอง (sense of agency) ได้มากขึ้นในช่วงสองปีที่โควิดแพร่ระบาดนั้น ส่งผลกระทบต่อวิธีการทำงาน การมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันและการบริโภคทั้งสิ้น นอกจากนั้น ผู้คนก็เริ่มตั้งคำถามถึงความสำนึกถึงตัวตน สิ่งที่สำคัญกับชีวิตและความเป็นปัจเจกนิยมมากขึ้นด้วยมุมมอง “me over we” ซึ่งสำคัญต่อองค์กรในแง่ของการบริหารและจูงใจพนักงาน ซึ่งรวมถึงการเสริมสร้างค่านิยมให้แก่พนักงานใหม่ และแนวทางการสานสัมพันธ์ระหว่างองค์กรกับลูกค้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

2.หมดยุคเหลือเฟือ? (The end of abundance thinking?)

ในช่วงปีที่ผ่านมา หลายคนต้องเผชิญกับสภาพชั้นสินค้าว่างเปล่า บิลค่าไฟเพิ่ม อีกทั้งบริการที่เคยใช้ในแต่ละวันก็ขาดหายไป ด้านการขาดแคลนของปัจจัยหลายๆ อย่าง แม้จะเป็นปัญหาระยะสั้นชั่วคราว แต่จะส่งผลที่ต่อเนื่อง นำไปสู่การเปลี่ยนแนวคิด จากการ “คิดเผื่อ” ที่อยู่บนฐานของการที่ทุกอย่างมีให้ใช้อย่างเหลือเฟือ สะดวก และรวดเร็ว เปลี่ยนไปเป็นถึงความตระหนักเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งธุรกิจต้องรับมือกับความกังวลถึงปัจจัยต่างๆ ว่าจะมีพอหรือไม่อย่างที่หลายคนประสบทั่วโลก

3.พรมแดนใหม่ (The next frontier)

การแตกตัวทางวัฒนธรรมขนานใหญ่นั้นกำลังรอเวลาที่จะเกิดขึ้น เมตาเวิร์ส (Metaverse) จะกลายเป็นพรมแดนใหม่ของอินเทอร์เน็ตที่หลอมรวมเลเยอร์ต่างๆ ของข้อมูล อินเทอร์เฟซ และพื้นที่ที่ผู้คนสื่อสารหรือมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันเข้าไว้ด้วยกัน ขณะเดียวกันก็จะกลายเป็นพื้นที่ใหม่ในการสร้างรายได้ การสร้างงานในรูปแบบใหม่ และการสร้างโอกาสที่ไม่สิ้นสุดให้กับแบรนด์ด้วย เพราะผู้คนคาดหวังให้ธุรกิจสร้างสรรค์และนำพาพวกเขาไปสู่สิ่งใหม่ ซึ่งโลกจะไม่หยุดที่หน้าจอและหูฟังเท่านั้น แต่ยังเปิดประตูไปสู่ประสบการณ์และสถานที่ต่างๆ ในโลกจริงที่มีปฏิสัมพันธ์กับโลกดิจิทัลได้อีกด้วย

ซึ่งเมตาเวิร์ส ยังเชื่อมโยงกับเทรนด์เว็บ 3.0 ที่ปัจจุบัน Meta, Roblox และอีกหลายๆ บริษัท เริ่มเข้ามาพัฒนา เรียนรู้โมเดลธุรกิจที่จะดึงดูดคนให้เข้ามาใช้งาน

4.ตอบเร็ว ตอบจริง (This much is true)

ทุกวันนี้ ผู้คนคาดหวังที่จะได้รับคำตอบต่างๆ จากการกดปุ่มแค่ครั้งเดียวหรือสั่งงานด้วยเสียงผ่านระบบ voice assistant ด้วยวิธีการที่ง่ายและได้คำตอบในทันที หมายความว่าผู้คนจะซักถามมากขึ้น ซึ่งสำหรับแบรนด์สินค้าแล้ว หมายถึงขอบเขตของคำถามจากลูกค้าและช่องทางการสอบถาม ก็จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การออกแบบวิธีการตอบคำถามจึงเป็นความท้าทาย และเป็นส่วนสำคัญในการทำให้เกิดความเชื่อมั่นที่พร้อมเสริมสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันในอนาคตด้วย

ด้าน Virtual Influencer จะเข้ามามีบทบาทกับแบรนด์ในการเลือกมาเป็น Presenter แทนคนจริงๆ มากขึ้น

5.ใส่ใจมากขึ้น (Handle with care)

การดูแลใส่ใจทุกด้านเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างเด่นชัดในปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการดูแลตัวเอง ดูแลผู้อื่น การบริการดูแลสุขภาพ และช่องทางที่ให้บริการทั้งทางดิจิทัลและโลกออฟไลน์ สภาวะเช่นนี้ เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายสำหรับนายจ้างและแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรที่เชี่ยวชาญทางการแพทย์หรือการดูแลสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ความรับผิดชอบในการดูแลตนเองและผู้อื่นจะยังคงเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ ในชีวิต นักออกแบบและองค์กรธุรกิจจึงต้องคำนึงเหมือนกันว่าจะการสร้างพื้นที่สำหรับฝึกการดูแลเรื่องต่างๆ ในภาคปฏิบัติได้อย่างไร

“เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนมุมมองเรื่องความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ ใหม่หมด แบรนด์จะเผชิญกับความรับผิดชอบสำคัญ 2 เรื่อง คือ การใส่ใจดูแลโลกในวันนี้ ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงเรื่องของการสร้างอนาคตในทางที่ดีต่อโลก ธุรกิจ และสังคมด้วย” ดาวิน สมานนท์ กล่าวเสริม

“หัวใจสำคัญอยู่ที่ความเข้าใจลึกซึ้งในเรื่องผลกระทบของความสัมพันธ์และแรงบันดาลใจที่เกิดขึ้น จากนั้นจึงแปลงปัจจัยดังกล่าวให้เป็นกลยุทธ์ธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงได้”

ในแต่ละปี เอคเซนเชอร์จะเผยแพร่รายงานเทรนด์โลกแบบไตรภาค โดยนำเสนอมุมมองที่ครอบคลุมเกี่ยวกับอนาคตของผู้คน เทคโนโลยี และธุรกิจ รายงานฟยอร์ดเทรนด์ จะเน้นไปที่พฤติกรรมของลูกค้าและผลจะที่เกิดขึ้นต่อสังคม วัฒนธรรม และธุรกิจในปีที่กำลังจะมาถึง ซึ่งรายงานดังกล่าวได้มาจากการเก็บข้อมูลจากนักออกแบบและนวัตกรกว่า 2,000 คนจาก 40 แห่งทั่วโลกที่อยู่ในเครือข่ายของ Accenture Interactive สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ดูได้ทาง https://accntu.re/3Eybx1A

Social Media

Most Popular

Get The Latest Updates

Biztalk News : Line Official Account

รู้ทัน ข่าวสาร ด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน และการลงทุน ก่อนใคร เพียงสแกน

Categories