5 หน่วยงานภาครัฐและเอกชนชั้นนำ MOU ศึกษาพัฒนาการใช้ประโยชน์จากพลาสติกเหลือใช้ เพื่เป็นส่วนผสมในแอสฟัลต์คอนกรีตสำหรับงานทาง

81 views

วันนี้ (7 ต.ค.63) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) กรมทางหลวง (ทล.) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG และกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการศึกษาพัฒนาการใช้ประโยชน์จากพลาสติกเหลือใช้ เพื่อนำมาเป็นส่วนผสมในแอสฟัลต์คอนกรีตสำหรับงานทาง” (MOU SIGNING EVENT PROPOSAL) โดยมีนายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง ศาสตราจารย์คลินิก นพ.นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG และนายฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย ประธานบริหาร กลุ่มบริษัทดาวฯ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว ณ ห้องฟูจิแกรนด์ บอลรูม 1 โรงแรมนิกโก้ กรุงเทพ สุขุมวิท 55 กรุงเทพมหานคร

นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ให้รายละเอียดว่า กรมทางหลวงชนบท โดยสำนักวิเคราะห์
วิจัยและพัฒนาได้ร่วมทำงานในรูปแบบบูรณาการกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ประกอบด้วย กรมทางหลวง
กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย และ SCG ในการศึกษา วิจัย และพัฒนาการใช้ประโยชน์จากพลาสติกเหลือใช้ (ขยะพลาสติก) ภายใต้ข้อแนะนำของผู้เชี่ยวชาญทางการศึกษาอย่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย ทช.ได้ทำการทดลองนำขยะประเภทพลาสติกที่ใช้แล้วมาผสมในแอสฟัลต์คอนกรีตในอัตราส่วนเหมาะสมร้อยละ 8 และ 10 ของน้ำหนักแอสฟัลต์ซีเมนต์ ในห้องปฏิบัติการซึ่งมีผลเป็นที่น่าพอใจ จึงได้นำร่องทดลองปูผิวถนนพลาสติกแอสฟัลต์ ในพื้นที่จริงบนถนนทางหลวงชนบทสาย สบ.1004 อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เพื่อศึกษาคุณสมบัติในการต้านทานต่อการเกิดร่องล้อหรือการต้านทานต่อการยุบตัวของผิวถนนพลาสติกแอสฟัลต์ ภายใต้สภาวะแวดล้อมจริงที่มีน้ำหนักรถบรรทุกหรือแรงกระทำซ้ำ ๆ กันของปริมาณการจราจรการใช้งานจริงของรถยนต์ขนาดต่าง ๆ โดยเฉพาะรถบรรทุกขนาดใหญ่และมีการติดตามผลเป็นระยะ ๆ ซึ่งผลทดสอบในเบื้องต้น พบว่าผิวถนนพลาสติกแอสฟัลต์มีความแข็งแรง ทนต่อสภาวะแวดล้อมได้ดีและเป็นไปตามมาตรฐานสากล

อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า การบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้การศึกษาพัฒนา
การใช้ประโยชน์จากพลาสติกเหลือใช้ (ขยะพลาสติก) บรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดเป็นนวัตกรรม ที่จะสร้างมาตรฐานในการก่อสร้างและบำรุงรักษาถนนในอนาคต ที่สามารถลดปริมาณการใช้แอสฟัลต์ และสามารถนำขยะพลาสติกนำกลับมาใช้ใหม่ (รีไซเคิล) ในโครงการก่อสร้างถนนได้ เป็นการสร้างคุณค่าให้กับขยะพลาสติกประเภทบรรจุภัณฑ์
ใช้แล้วที่ไม่มีราคาได้อย่างคุ้มค่า ช่วยลดขยะพลาสติกตกค้าง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้ทรัพยากร ตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ทั้งยังช่วยเสริมสร้างวิสาหกิจชุมชนในการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี รวมถึงเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาล ในเรื่อง BCG (Bio Circular Green Economy) ที่เป็นการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป

บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับดังกล่าว เป็นการประกาศความร่วมมือในการดำเนินโครงการตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ได้วางไว้โดยมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ทั้งห้าฝ่ายได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงเรื่องระยะเวลาและ/หรือรายละเอียดในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ให้ฝ่ายที่มีความประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงทำหนังสือแจ้งไปยังทุกฝ่ายทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยให้
ทุกฝ่ายพิจารณาหารือร่วมกัน และเมื่อทุกฝ่ายเห็นชอบในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้แล้ว
ให้จัดทำเป็นหนังสือลักษณะเดียวกับการทำบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ และให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้

Social Media

Most Popular

Get The Latest Updates

Biztalk News : Line Official Account

รู้ทัน ข่าวสาร ด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน และการลงทุน ก่อนใคร เพียงสแกน

Categories