อินเทลเผยโฉม Intel Core เจนฯ 12 พร้อม Core i9-12900K โปรเซสเซอร์สำหรับเล่นเกม

อินเทลเผยโฉม Intel Core เจนฯ 12 พร้อม Core i9-12900K โปรเซสเซอร์สำหรับเล่นเกม

อินเทลเผยโฉมกลุ่มผลิตภัณฑ์ Intel® CoreTM เจนเนอเรชั่น 12 นำโดยโปรเซสเซอร์เดสก์ท็อปแบบ Unlocked ทั้งหมด 6 รุ่น ร่วมด้วยโปรเซสเซอร์สำหรับเล่นเกมที่ดีที่สุดในโลก Intel Core i9-12900K เจนเนอเรชั่น 12 โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี turbo boost ซึ่งสามารถเพิ่มความเร็วได้สูงสุดที่ 5.2 กิกะเฮิรตซ์ (GHz) ร่วมด้วยจำนวนคอร์สูงสุด 16 คอร์ และ 24 เธรด

กลุ่มผลิตภัณฑ์ Intel Core เจนเนอเรชั่น 12 ประกอบไปด้วยโปรเซสเซอร์ทั้งหมด 60 ตัว ซึ่งถูกตั้งค่าให้สามารถทำงานได้มากกว่า 500 รูปแบบ จากการออกแบบโดยหลากหลายพาร์ทเนอร์ของอินเทล นอกจากนี้ ตามการประกาศในงาน Intel Architecture Day 2021 ที่ผ่านมา สถาปัตยกรรมไฮบริดที่มีประสิทธิภาพแบบใหม่ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกบนเทคโนโลยีประมวลผล Intel 7 ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานสามารถปรับขนาดได้ตั้งแต่ 9 ถึง 125 วัตต์ เพื่อเปิดใช้งานได้บนเครื่องพีซีทุกประเภทตั้งแต่แล็ปท็อปที่บางเฉียบและน้ำหนักเบา ไปจนถึงเดสก์ท็อป และการทำงานบน edge

เกรกอรี่ ไบรอันท์ รองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไปฝ่าย Client Computing Group ของอินเทล กล่าวว่า “สถาปัตยกรรมไฮบริดที่มีประสิทธิภาพของโปรเซสเซอร์ Intel Core เจนเนอเรชั่น 12 เป็นการเปลี่ยนแปลงทางสถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นได้โดยการร่วมมือทางวิศวกรรมของทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่างใกล้ชิด ซึ่งจะยกระดับประสิทธิภาพความเป็นผู้นำในระดับใหม่ให้กับคอมพิวเตอร์รุ่นต่างๆ อีกหลายรุ่นหลังจากนี้ โดยจะเริ่มต้นด้วย Core i9-12900K ของเรา ซึ่งเป็นโปรเซสเซอร์สำหรับการเล่นเกมที่ดีที่สุดในโลก และต่อจากนี้ คุณจะได้เห็นประสบการณ์ที่เหนือชั้นยิ่งขึ้นเมื่อเราเผยผลิตภัณฑ์ในตระกูลเจนเนอเรชั่น 12 และนวัตกรรมอื่นๆ ที่กำลังจะตามมาในอนาคต”

โปรเซสเซอร์เดสก์ท็อปแบบ Unlocked ทั้ง 6 รุ่น ที่เปิดตัวในวันนี้ เป็นรุ่นแรกที่ใช้สถาปัตยกรรมไฮบริดของอินเทล ซึ่งประกอบด้วย Performance-cores (P-cores) และ Efficient-cores (E-cores) ที่ออกแบบมาสำหรับการทำงานเวิร์กโหลดแบบมัลติเธรดที่สามารถปรับขนาดได้

Intel® Thread Director ช่วยให้สถาปัตยกรรม Microarchitectures รูปแบบใหม่ทั้งสองแบบสามารถทำงานร่วมกันได้ โดยใช้การนำทางระบบปฏิบัติการ (OS) ให้สามารถวางเธรดที่ถูกต้องบนคอร์ที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสมได้ อินเทลได้ทำงานกับอีโคซิสเต็มในการทดสอบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการทำงานร่วมกันได้

พาโนส พาเนย์ รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Microsoft กล่าวว่า “เราอยู่ในจุดเริ่มต้นของยุคใหม่สำหรับพีซี ที่นำร่องโดยการเปิดตัว Windows 11 เมื่อรวมเข้ากับเทคโนโลยี Thread Director ใหม่ล่าสุดจากอินเทล ผู้ใช้จะได้เห็นประสิทธิภาพพีซีของพวกเขาในระดับใหม่ ผ่านประสิทธิภาพของตระกูลโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด Intel Core เจนเนอเรชั่น 12”

การผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมไฮบริดแบบใหม่ของอินเทลเข้ากับเทคโนโลยีประมวลผล Intel 7 รูปแบบใหม่ จะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานแบบซิงเกิลเธรดและมัลติเธรด เพื่อมอบการใช้งานดังต่อไปนี้

ด้วยตัวเลือกจำนวนคอร์ที่สูงสุดถึง 16 คอร์ และ 24 เธรด ตระกูลโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด Intel Core เจนเนอเรชั่น 12 ประกอบด้วยโปรเซสเซอร์เกมที่ดีที่สุดในโลก นั่นคือ Core i9-12900K ที่มาพร้อมกับค่าเฟรมเรต (FPS) เพิ่มขึ้น 25% สำหรับเกม Troy: A Total War Saga, ค่า FPS เพิ่มขึ้น 28% สำหรับเกม Hitman 3 และเพิ่มขึ้น 23% สำหรับเกม Far Cry 6

นอกจากนี้ Intel® Killer™ Wi-Fi 6E ยังลดค่าหน่วงเวลา (latency) ได้ 75% ขณะเล่นเกมและทำงานอื่นๆ ไปพร้อมกัน ส่วน P-cores ค่าความถี่สูง เมื่อจับคู่กับ E-cores สามารถโอนถ่ายงานแบบขนาน (parallel tasks) ซึ่งช่วยเพิ่มค่าเฟรมเรตได้สูงสุดถึง 84% สำหรับการเล่นเกม สตรีมมิ่ง และบันทึกภาพพร้อมกัน

ด้านประสิทธิภาพการทำงานแบบมัลติเธรด บวกกับประสิทธิภาพที่ตอบสนองของ P-cores และความสามารถในการโอนถ่ายข้อมูลด้วยความเร็วของ DDR5 มีดังนี้

-ประสิทธิภาพการตัดต่อภาพเร็วขึ้นสูงสุด 36%
-ประสิทธิภาพการตัดต่อวิดีโอเร็วขึ้นสูงสุด 32%
-ประสิทธิภาพการสร้างแบบจำลอง 3 มิติเร็วขึ้นสูงสุด 37%
-การเรนเดอร์หลายเฟรมเร็วขึ้นสูงสุด 100%

กลุ่มโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ ยังนำเสนอเครื่องมือโอเวอร์คล็อก รวมถึงความสามารถในการโอเวอร์คล็อก Efficient-cores และหน่วยความจำ DDR5 ผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกมและเกมเมอร์สามารถทดลองการโอเวอร์คล็อก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Intel® Extreme Tuning Utility (XTU) 7.5 รุ่นล่าสุด เริ่มต้นด้วย Core i9-12900K โดย XTU จะสนับสนุนการโอเวอร์คล็อกผ่านการคลิกเดียว ด้วย Intel Speed Optimizer สำหรับโปรเซสเซอร์รุ่น 12 แบบ Unlocked
นอกจากนี้ อินเทลยังเปิดตัว Intel® Extreme Memory Profile (XMP) 3.0 พร้อมการสนับสนุน DDR5 ซึ่งนำเสนอโปรไฟล์เพิ่มเติม รวมถึงโปรไฟล์แบบกำหนดเองที่สามารถเขียนใหม่ได้ และการปรับแต่งที่ยืดหยุ่นได้สำหรับการโอเวอร์คล็อกหน่วยความจำโดยเฉพาะ

ส่วนความก้าวหน้าด้านประสิทธิภาพของแพลตฟอร์ม มีดังต่อไปนี้

-โปรเซสเซอร์ตัวแรกในอุตสาหกรรมที่รองรับหน่วยความจำ DDR5 สูงถึง 4800MT/s
-โปรเซสเซอร์ตัวแรกในอุตสาหกรรมที่นำเสนอ PCIe 5.0 (สูงสุด 16 เลน) พร้อมให้ปริมาณงานผ่าน I/O สูงสุด 2 เท่า ซึ่งเหนือกว่า PCIe 4.0 ควบคู่ไปกับการรองรับ PCIe 4.0 เพิ่มเติมอีก 4 เลน
-หน่วยความจำ Intel® Smart Cache (L3) สูงสุดถึง 30MB และความจุของหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นพร้อมความหน่วงที่ลดลงของ L2 สูงสุดถึง 14MB
-การผสมผสานระบบไร้สายความเร็วสูงในตัวด้วย Intel Killer Wi-Fi 6E ซึ่งรวบรวมการเชื่อมต่อของ Wi-Fi 6E ระดับชั้นนำของอุตสาหกรรมเข้ากับเทคโนโลยีเครือข่ายเกมอันทรงพลัง เพื่อลดความล่าช้า ความหน่วง และการสูญหายของแพ็กเก็ต10
-การเชื่อมต่อสายเคเบิลสากลอย่าง Thunderbolt 4 สำหรับการเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์ภายนอก

นอกเหนือจากโปรเซสเซอร์เดสก์ท็อป Intel Core เจนเนอเรชั่น 12 แล้ว อินเทลยังเปิดตัวชิปเซ็ตอย่าง Intel 600 Series พร้อมคุณสมบัติในการเพิ่มความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพ โดยเลน PCIe Gen 4.0 ใหม่ถูกสร้างขึ้นจากชิปเซ็ตทั้งหมด 28 เลน การผสมผสาน USB 3.2 Gen 2×2 ในตัวเพื่อเพิ่มแบนด์วิธเป็นสองเท่า DMI Gen 4.0 เพิ่มชิปเซ็ตเพื่อทรูพุตของ CPU สำหรับการเข้าถึงอุปกรณ์ภายนอกและเครือข่าย

ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการนำ Intel® Volume Management Device (VMD) มาใช้คู่กับชิปเซ็ต PC เพื่อลดความซับซ้อนในการควบคุมการจัดเก็บข้อมูล โดยอนุญาตให้ควบคุมและจัดการ SSD ที่ใช้ NVMe โดยตรงจากบัส PCIe โดยไม่ต้องใช้ตัวควบคุมเพื่อเพิ่มเติม RAID หรือฮาร์ดแวร์อะแดปเตอร์อื่นๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Social Media

Most Popular

Get The Latest Updates

Biztalk News : Line Official Account

รู้ทัน ข่าวสาร ด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน และการลงทุน ก่อนใคร เพียงสแกน

Categories