ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โลกไซเบอร์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งในฝั่งผู้ป้องกันและฝั่งผู้โจมตี สตีฟ เลดเซียน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของ Google Cloud Security และ Mandiant ประจำประเทศญี่ปุ่นและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เปิดเผยว่า ปริมาณช่องโหว่ความปลอดภัย (Vulnerabilities) ในระบบซอฟต์แวร์เพิ่มขึ้นสูงถึง 3 เท่าตัว จากราว 20,000 รายการในปี 2020 พุ่งสูงถึง 60,000 รายการในปี 2026
ความท้าทายสำคัญขององค์กรในปัจจุบันคือ ขณะที่จำนวนช่องโหว่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ระยะเวลาที่แฮกเกอร์ใช้ในการพัฒนาวิธีโจมตีช่องโหว่เหล่านั้นกลับ “ลดลงอย่างมาก” การใช้เพียงกำลังคนหรือเครื่องมือแบบเดิมไม่ทันการณ์อีกต่อไป เนื่องจากฝ่ายตรงข้ามเริ่มนำ AI มาใช้ค้นหาช่องโหว่และการตั้งค่าที่ผิดพลาด (Misconfigurations) เพื่อโจมตีด้วยความเร็ว ความซับซ้อน และขนาดที่ขยายใหญ่ขึ้น

เปิดแนวคิด Google AI Threat Defense กรอบความปลอดภัย 4 ขั้นตอน
เพื่อรับมือกับภัยคุกคามในยุค AI ทาง Google ได้แนะนำ AI Threat Defense โซลูชันด้านความปลอดภัยแบบครบวงจรที่พัฒนามาจากระบบภายในของ Google ซึ่งประกอบด้วยกระบวนการทำงาน 4 ขั้นตอนหลัก:
- Prepare (เตรียมความพร้อม): วิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญว่าช่องโหว่ใดมีความเสี่ยงระดับวิกฤตและสามารถถูกโจมตีได้จริง เพื่อรับมือจุดที่สำคัญที่สุดก่อน
- Scan (สแกนเชิงลึก): ใช้ AI สแกนซอร์สโค้ดอย่างละเอียดเพื่อค้นหาช่องโหว่ความปลอดภัยที่ซ่อนอยู่
- Remediate (แก้ไข): นำ AI มาช่วยสร้างแพตช์ (Patch) และแก้ไขซอร์สโค้ดโดยอัตโนมัติ เพื่อลดระยะเวลาที่ระบบเปิดรับความเสี่ยง
- Monitor (เฝ้าระวัง): เฝ้าติดตามอย่างต่อเนื่องบนแนวคิด “Assume Compromise” หรือการตั้งสมมติฐานว่าระบบอาจถูกบุกรุกได้ตลอดเวลา เพื่อตรวจจับและระงับเหตุการณ์ก่อนเกิดผลกระทบต่อธุรกิจ

รวมพลังเทคโนโลยีและ AI Agent พลิกเกมระบบรักษาความปลอดภัย
โซลูชัน Google AI Threat Defense ดำเนินการโดยมีขุมพลังหลักจาก Gemini AI ผสานการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีและบริการระดับโลก ได้แก่:
- Codemender: เทคโนโลยี AI Agent ที่พัฒนาขึ้นเพื่อค้นหา ตรวจสอบความถูกต้องว่าช่องโหว่นั้นสามารถถูกโจมตีได้จริงหรือไม่ (ไม่ส่งผล False Positive) และแก้ไขโค้ดให้อัตโนมัติ ปัจจุบันเปิดให้ใช้งานในรูปแบบ Public Preview บนแพลตฟอร์ม Gemini Enterprise Agent โดยรองรับโมเดล AI ที่หลากหลาย
- Wiz: โซลูชันความปลอดภัยบน Cloud และ AI ที่เข้ามาช่วยสร้างความเข้าใจบริบทของความเสี่ยงในระบบและฐานโค้ด
- Google Security Operations: ซอฟต์แวร์สำหรับการบริหารจัดการ Security Operations Center (SOC) ที่รวบรวมสัญญาณเตือนและข้อมูลระยะไกล (Telemetry) ให้เห็นภาพรวมทั้งหมด
- Mandiant: ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านบริการความปลอดภัยไซเบอร์ ที่ช่วยโมเดลลิ่งภัยคุกคามจาก AI และรับมือกับเหตุการณ์ละเมิดความปลอดภัยระดับโลก
สตีฟ เลดเซียน ย้ำทิ้งท้ายว่า โลกภัยคุกคามไซเบอร์ได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค AI อย่างเต็มตัว ฝ่ายป้องกันจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนจากการใช้วิธีการแบบดั้งเดิม ไปสู่การนำ AI เข้ามาเสริมศักยภาพ เพื่อให้รับมือได้ทันท่วงทีและไม่ตกเป็นผู้เสียเปรียบในเกมการต่อสู้บนโลกไซเบอร์
–ภัยเงียบ SMB! แคสเปอร์สกี้เตือนอาเซียนเจอตัวร้ายใหม่ มัลแวร์แฝงตัว ‘AI ยอดฮิต’ พุ่งกระฉูด 7 เท่า







