จีนเริ่มต้นก้าวสำคัญในการรับมือภัยคุกคามนอกโลก ด้วยการปล่อยดาวเทียมดวงแรกของ กลุ่มดาวเทียมเชิงพาณิชย์กานเต๋อ (Gande Constellation) สู่วงโคจรด้วยจรวดเชิงพาณิชย์ลี่เจี้ยน-1 เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2026 นับเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการเครือข่ายดาวเทียมรวม 120 ดวง ที่มีเป้าหมายเฝ้าติดตามและตรวจจับวัตถุในทุกระดับวงโคจรตลอด 24 ชั่วโมง
โครงการกลุ่มดาวเทียมกานเต๋อพัฒนาโดย เอทีโมโต เทคโนโลยี (ATmoto Technology) บริษัทการบินอวกาศเอกชนในกรุงปักกิ่ง โดยวางแผนการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ เพื่อให้สามารถเปิดใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบก่อนปี 2030
ระยะที่ 1 “แอลเอ็กซ์630” (LX630): ประกอบด้วยดาวเทียม 14 ดวง ร่วมสร้างโดย บริษัท เหลียงซี แอโรสเปซ เทคโนโลยี กรุ๊ป ในเมืองอู๋ซี และเอทีโมโต เทคโนโลยี เน้นการเฝ้าติดตามและจัดทำข้อมูลวัตถุในวงโคจรต่ำ กลาง และสูงอย่างรอบด้าน
ระยะที่ 2: เพิ่มดาวเทียมอีก 36 ดวง ติดตั้งเซ็นเซอร์ถ่ายภาพความละเอียดสูง พร้อมระบบตรวจสภาพแวดล้อมทางแม่เหล็กไฟฟ้า
ระยะที่ 3: เพิ่มดาวเทียม 70 ดวง ซึ่งมีศักยภาพในการระบุวัตถุ วิเคราะห์พฤติกรรม และตัดสินใจได้แบบอัตโนมัติ
สำหรับดาวเทียมดวงแรกที่ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรในครั้งนี้ ได้รับการติดตั้งคอมพิวเตอร์พลังปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยให้สามารถตรวจตรา รับมือเหตุฉุกเฉิน และทำภารกิจติดตามได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องรอการแทรกแซงจากภาคพื้นดินบ่อยครั้ง รวมถึงมีความสามารถในการปรับเปลี่ยนวงโคจรเพื่อการสังเกตการณ์ระยะใกล้และปฏิบัติการขั้นสูงอื่นๆ ในวงโคจรได้อีกด้วย
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากปริมาณขยะอวกาศที่เพิ่มสูงขึ้นตามกิจกรรมการสำรวจอวกาศ การปล่อยจรวด และการใช้งานดาวเทียม โดยปัจจุบันมีการคาดการณ์ว่าเศษซากขยะอวกาศที่มีขนาดใหญ่กว่า 1 เซนติเมตร ซึ่งใหญ่พอจะสร้างความเสียหายรุนแรงต่อยานอวกาศ มีจำนวนทะลุ 1 ล้านชิ้นแล้ว ขยะเหล่านี้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงถึงประมาณ 7.9 กิโลเมตรต่อวินาที จึงเกิดพลังงานจลน์มหาศาลเมื่อพุ่งชน
ภัยคุกคามดังกล่าวสร้างความเสียหายให้ภารกิจอวกาศของจีนมาแล้วอย่างต่อเนื่อง เช่น ในปี 2024 ทีมนักบินอวกาศภารกิจเสินโจว-17 ต้องออกปฏิบัติภารกิจเดินอวกาศถึง 2 ครั้ง เพื่อซ่อมแซมแผงโซลาร์เซลล์ของโมดูลหลักที่เสียหายจากขยะอวกาศ และต่อมาในปี 2025 ยานอวกาศเสินโจว-20 ต้องปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศเทียนกงนานกว่ากำหนด หลังจากกระจกหน้าต่างของแคปซูลส่งกลับถูกขยะอวกาศพุ่งชนจนได้รับความเสียหาย
การพัฒนาโครงการกลุ่มดาวเทียมกานเต๋อจึงถือเป็นความพยายามล่าสุดของจีนในการยกระดับระบบเฝ้าระวังขยะอวกาศ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีปกป้องยานอวกาศ สำหรับชื่อ “กานเต๋อ” นั้น ตั้งขึ้นเพื่อเกียรติแก่กานเต๋อ นักดาราศาสตร์ชาวจีนในยุคจ้านกั๋ว (475-221 ปีก่อนคริสต์ศักราช) ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้จัดทำบัญชีรายชื่อดาวฤกษ์ที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้
ที่มา Xinhua
–ส่องภารกิจ 1 เดือนแรก ‘เสินโจว-23’ บนสถานีอวกาศจีน เดินหน้าทดลองวิทย์-โชว์อบฟักทองหวานในวงโคจร





