มจธ. ผนึก มิตรผล พลิกโฉมโลจิสติกส์อ้อย! ลดเวลาขนส่งจาก 48 เหลือ 8 ชม. รักษาสถิติความหวาน-ลดต้นทุนรถตัดคันละ 6 ล้าน

มจธ. ผนึก มิตรผล พลิกโฉมโลจิสติกส์อ้อย ลดเวลาขนส่งเหลือ 8 ชม. เพิ่มรายได้เกษตรกร

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ (LOGEX) มจธ. จับมือกลุ่มมิตรผล ปฏิวัติอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลด้วยระบบติดตามอัจฉริยะ โชว์ผลลัพธ์ลดเวลา ‘Cut to Crush’ จาก 2 วันเหลือเพียง 8 ชั่วโมง รักษาน้ำหนักและค่าความหวานให้เกษตรกร พร้อมพัฒนาระบบควบคุมรถตัดอ้อยฝีมือไทย ลดต้นทุนนำเข้าได้กว่า 6 ล้านบาทต่อคัน

ในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล “เวลา” คือต้นทุนที่มองไม่เห็น เพราะทุกนาทีที่ผ่านไปหลังจากอ้อยถูกตัด ค่าน้ำหนักและค่าความหวาน (CCS) จะค่อยๆ ลดลง ส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกรและกำไรของโรงงาน ความท้าทายนี้จึงนำมาสู่ความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และ บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด ในการพัฒนาระบบบริหารจัดการโลจิสติกส์อ้อยขาเข้า

ปฏิวัติเวลา ‘Cut to Crush’ ดันประสิทธิภาพพุ่ง
ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ (LOGEX) มจธ. เปิดเผยว่า ความสำเร็จที่สำคัญที่สุดของโปรเจกต์นี้คือการลดระยะเวลา Cut to Crush หรือช่วงเวลาตั้งแต่การตัดอ้อยจนถึงการเข้าสู่เครื่องหีบ จากเดิมที่ใช้เวลาเฉลี่ย 48 ชั่วโมง (2 วัน) ให้เหลือเพียง 8 ชั่วโมง

“เราไม่ได้ทำให้ความหวานในอ้อยเพิ่มขึ้น แต่เราทำให้ความหวานที่มีอยู่ไม่สูญเสียไประหว่างการขนส่ง ยิ่งลดเวลาได้มากเท่าไร ก็ยิ่งรักษามูลค่าวัตถุดิบไว้ได้มากเท่านั้น ซึ่งเป็นประโยชน์ร่วมกันทั้งเกษตรกรและโรงงาน” ผศ.ดร.พงษ์ชัย ระบุ

ดิจิทัลแพลตฟอร์ม: หัวใจของการจัดการ Real-time
ระบบดังกล่าวทำงานผ่านเทคโนโลยี Cane Logistics และ HTT ซึ่งใช้ข้อมูล GPS และเซนเซอร์ ติดตามรถตัดและรถบรรทุกแบบเรียลไทม์ ทำให้โรงงานสามารถมองเห็นปริมาณอ้อยที่กำลังเดินทางมาล่วงหน้า ช่วยในการวางแผนกำลังการหีบ ลดการจอดรอคิวของรถบรรทุก และป้องกันสายการผลิตหยุดชะงัก

นอกจากนี้ ทีมวิจัย มจธ. ยังสร้างผลงานชิ้นโบแดงด้วยการพัฒนา ระบบควบคุมรถตัดอ้อย (In-house Control System) ที่สามารถติดตั้งกับรถรุ่นพื้นฐานได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีราคาแพงจากต่างประเทศ ช่วยลดต้นทุนในการซื้อรถตัดอ้อยลงได้ถึง 6 ล้านบาทต่อคัน (จากราคานำเข้าปกติ 18 ล้านบาท)

ต่อยอดสู่ AI และ Circular Economy
ก้าวต่อไปของ มจธ. คือการนำ Big Data และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ (Predictive Analytics) ทั้งการประเมินคุณภาพอ้อยและการวางแผนการผลิต รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เช่น การจัดการกากน้ำตาลและใบอ้อยเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลและปุ๋ยชีวภาพ

ความร่วมมือระหว่าง มจธ. และมิตรผล ในครั้งนี้ เป็นบทพิสูจน์ว่าระบบโลจิสติกส์สมัยใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุน แต่ยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่สร้างความสามารถในการแข่งขันให้แก่อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปของไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน


Scroll to Top