AIS Business ประกาศรุกตลาดอาคารสำนักงาน เดินหน้าส่งมอบโซลูชัน Smart Building แบบครบวงจร ตั้งแต่การวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Backbone) ระบบบริหารจัดการ ไปจนถึงเทคโนโลยีอัจฉริยะ มุ่งยกระดับตึกสำนักงานไทยสู่มาตรฐานตึกอัจฉริยะและอาคารสีเขียว (Green Building) เพิ่มมูลค่าให้อสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว พร้อมตอบรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยที่คาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 5.6 ล้านล้านบาท ในปี 2569
ภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS เปิดเผยว่า เมื่อเศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีมากขึ้น โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลจึงกลายเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดขีดความสามารถทางการแข่งขัน เทคโนโลยีอย่าง Cloud, Data, AI, IoT และระบบอัตโนมัติ เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจ อาคารสำนักงานจึงเป็นพื้นที่สำคัญที่คน ข้อมูล และเทคโนโลยีทำงานร่วมกันทุกวัน
นอกจากอาคารใหม่แล้ว ยังมีโอกาสสำคัญในการยกระดับ “อาคารเดิม” อีกจำนวนมาก โดยข้อมูลจาก JLL ระบุว่า พื้นที่สำนักงานในกรุงเทพฯ และปริมณฑลกว่า 60% มีอายุมากกว่า 20 ปี การปรับปรุงระบบและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเดิมจึงช่วยเพิ่มศักยภาพของสินทรัพย์ ดึงดูดและรักษาผู้เช่าคุณภาพได้โดยไม่จำเป็นต้องสร้างใหม่ทั้งหมด AIS Business จึงพร้อมเป็นพันธมิตรภายใต้แนวคิด “Your Trusted Smart Digital Partner” เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
เจาะลึก 5 หัวใจสำคัญ Digital Backbone รากฐาน Smart Building จาก AIS Business
การพัฒนาอาคารอัจฉริยะของ AIS Business ให้ความสำคัญกับการวางรากฐานโครงข่ายดิจิทัลที่แข็งแกร่ง 5 ด้าน เพื่อรองรับการเชื่อมต่อและการขยายระบบในอนาคต ประกอบด้วย:
- High Availability Fiber Backbone: โครงข่ายไฟเบอร์เสถียรภาพสูง อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รองรับ Cloud, AI และขยาย Bandwidth ได้ตามปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้น
- Network Resilience & Business Continuity: ระบบอินเทอร์เน็ตสำรองอัตโนมัติ สลับเส้นทางเชื่อมต่อทันทีเมื่อโครงข่ายหลักมีปัญหา ช่วยให้ธุรกิจดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง
- Complete Indoor Mobile Coverage: ระบบกระจายสัญญาณมือถือครอบคลุมทั่วอาคาร ตั้งแต่สำนักงาน ล็อบบี้ ลิฟต์ ไปจนถึงชั้นใต้ดิน แก้ปัญหาสัญญาณอับ
- Enterprise Wi-Fi Infrastructure: ระบบ Wi-Fi ระดับองค์กร บริหารจัดการจากศูนย์กลาง รองรับ Hybrid Working และอุปกรณ์จำนวนมาก
- Future-ready Network Infrastructure: โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมต่อยอดเทคโนโลยีอนาคต เช่น กล้อง AI, ลิฟต์และที่จอดรถอัจฉริยะ, ระบบวัดพลังงาน Real-time ไปจนถึง Digital Twin โดยไม่ต้องรื้อโครงสร้างเดิม
เปลี่ยนข้อมูลเป็นประสิทธิภาพ ยกระดับสู่มาตรฐานระดับสากล
เมื่อวาง Digital Backbone ครบทั้ง 5 ด้าน อาคารจะสามารถเชื่อมโยงระบบต่างๆ เข้าด้วยกันและบริหารจัดการจากศูนย์กลาง เจ้าของอาคารสามารถติดตาม ควบคุม และปรับการใช้ไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ หรือแสงสว่างให้สอดคล้องกับผู้ใช้งานจริง รวมถึงยกระดับระบบความปลอดภัยและการจอดรถ
นอกจากนี้ ข้อมูลการใช้น้ำและพลังงานแบบ Real-time ยังช่วยลดต้นทุน สนับสนุนการทำข้อมูลด้าน ESG และตอบโจทย์นโยบายความยั่งยืนของผู้เช่ายุคใหม่ อีกทั้งยังเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับอาคารเพื่อขอรับรองมาตรฐานสากล ทั้ง WiredScore (คุณภาพการเชื่อมต่อ), SmartScore (การใช้เทคโนโลยียกระดับประสบการณ์) และ LEED (ประสิทธิภาพพลังงานและสิ่งแวดล้อม)
ที่ผ่านมา AIS มีประสบการณ์วางระบบ Digital Infrastructure ให้กับโครงการระดับประเทศ ทั้งศูนย์ประชุม เช่น QSNCC, BITEC, IMPACT และโครงการ Mixed-Use ขนาดใหญ่ เช่น EmDistrict, One Bangkok และ Central Park
สำหรับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการเปลี่ยนอาคารสำนักงานสู่ Smart Building สามารถรับคำปรึกษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญ AIS Business ได้ที่เว็บไซต์ https://www.ais.th/business/enterprise/industries/property
–SAMSUNG จับมือ SYNNEX เปิดตัว Samsung Ready ชูโมเดล DaaS เช่าสมาร์ทโฟน-แท็บเล็ตองค์กร







