ฟอร์ติเน็ต (Fortinet) ประกาศเข้าซื้อกิจการ Virtue AI ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมการปกป้อง AI ขณะทำงาน การตรวจสอบและทดสอบระบบ AI แบบอัตโนมัติ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลยุทธ์ Security for AI และตอบสนองวิสัยทัศน์การรักษาความปลอดภัยขององค์กรในยุค Agentic Enterprise ซึ่งต่อยอดจากพอร์ตโฟลิโอเดิมอย่าง FortiGate Hyperscale Firewall และโซลูชัน FortiAIGate
การขยายตัวของการใช้งานแอปพลิเคชันและเอเจนต์ AI อัตโนมัติ (AI Agents) ทำให้พื้นที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตีทางไซเบอร์ขยายตัวกว้างขึ้น นอกเหนือจากระบบเครือข่าย อุปกรณ์ปลายทาง และคลาวด์แบบเดิม ไปสู่ Prompt, โมเดล AI, เครื่องมือ Model Context Protocol (MCP), การเรียกใช้ API และโครงสร้างพื้นฐาน AI การผนวกรวมเทคโนโลยีของ Virtue AI เข้ากับ Fortinet AI-Native Security Fabric จะช่วยปกป้องระบบ AI ตลอดวงจรการใช้งาน ตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาไปจนถึงการทำงานจริง
ความสามารถหลักของ Virtue AI ที่เข้ามาเสริมระบบความปลอดภัย ประกอบด้วย
- Agentic System Red-Teaming: การทดสอบเจาะระบบเอเจนต์ AI แบบอัตโนมัติในสภาพแวดล้อมแซนด์บ็อกซ์กว่า 50 รูปแบบ และ 14 โดเมนความเสี่ยงสูง รวมถึงการจำลองการโจมตีแบบ Prompt Injections และการโจมตีผ่าน MCP บนเฟรมเวิร์กชั้นนำ
- Agent Protection, Governance, and Visibility: การสร้างการมองเห็นและการกำกับดูแลการทำงานของเอเจนต์ ค้นหาแอปพลิเคชันและเอเจนต์ที่ไม่ได้รับอนุญาต สแกนเครื่องมือ MCP และซอร์สโค้ดเพื่อหาความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ พร้อมบล็อกคำสั่งอันตรายแบบเรียลไทม์
- Continuous AI Validation: การตรวจสอบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องครอบคลุมทุกการอัปเดตโมเดล รองรับรูปแบบการโจมตีหลายร้อยรูปแบบและหมวดหมู่ความเสี่ยงกว่า 1,000 รายการ เพื่อสร้างหลักฐานสำหรับการตรวจสอบและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
- Real-Time Guardrails: การกำหนดแนวทางป้องกันแบบเรียลไทม์ ครอบคลุมทั้งข้อความ ภาพ วิดีโอ เสียง และโค้ดที่สร้างโดย AI เพื่อป้องกันเนื้อหาอันตราย ข้อมูลรั่วไหล การโจมตีแบบ Jailbreak และโค้ดที่มีช่องโหว่
เคน เซีย ผู้ก่อตั้ง ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟอร์ติเน็ต ระบุว่า AI กำลังเปลี่ยนแปลงการประมวลผลระดับองค์กร และระบบความปลอดภัยต้องพัฒนาให้ทัน การผสานเทคโนโลยีของ Virtue AI จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าสามารถกำกับดูแลและปกป้องระบบ AI ได้ตลอดวงจรการใช้งาน
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Gartner คาดการณ์ว่าตลาดความปลอดภัยสำหรับระบบนิเวศและเอเจนต์ AI จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดจาก 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 ไปสู่ 16.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 สะท้อนถึงความต้องการโซลูชันการป้องกัน AI ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก
–Apple สั่งปลดพนักงานกว่า 200 ตำแหน่ง ปรับทัพทีม Vision Pro และ Siri ลุยแว่นตาอัจฉริยะและ AI







