บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด (Webull Thailand) ภายใต้ Webull Corporation (NASDAQ: BULL) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการเข้าถือหุ้น บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ Pi Securities สัดส่วนรวมประมาณ 99.36% มูลค่ารวมราว 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ภายหลังได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อศักยภาพระยะยาวของตลาดทุนไทย
โครงสร้างธุรกรรมแบ่งออกเป็น 2 สัญญาหลัก ได้แก่ การเข้าซื้อหุ้นสัดส่วน 90.98% จาก บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CGH มูลค่าราว 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มเติมอีก 8.38% จากผู้ถือหุ้นอีกราย มูลค่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ดำเนินการผ่าน Webull Holdings (Singapore) Pte. Ltd. และ Webull Corporation
การผนึกกำลังเชิงยุทธศาสตร์ครั้งนี้ เป็นการนำความแข็งแกร่งกว่า 50 ปีของ บล.พาย ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ระดับ Top 5 ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุดในตลาด TFEX ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ผู้ออกใบรับฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) รวมถึงทีมงานผู้เชี่ยวชาญทั้ง Investment Consultant (IC) และทีมวิจัย มาผสานกับจุดเด่นของ Webull ในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลก โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี ระบบวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง และความสามารถด้าน AI ตลอดจนเครือข่ายพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญการออก ETF เพื่อเปิดประตูให้นักลงทุนไทยเข้าถึงสินทรัพย์จดทะเบียนในต่างประเทศและธีมการลงทุนระดับโลกได้อย่างไร้รอยต่อ
ชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Webull Thailand เปิดเผยว่า การนำศักยภาพของทีมวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญการลงทุนของ บล.พาย มารวมเข้ากับเทคโนโลยีและ AI ของ Webull จะปฏิวัติกระบวนการจัดทำ นำเสนอ และเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกด้านการลงทุนให้รวดเร็วและรองรับสเกลขนาดใหญ่ได้ดียิ่งขึ้น โดยยังคงจุดเด่นด้านความลึกซึ้งในตลาดไทยไว้ครบถ้วน
นอกจากนี้ การเข้าซื้อกิจการจะช่วยเร่งการเติบโตของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ผ่านการพัฒนาระบบนิเวศแบบเฉพาะบุคคล (Personalized) พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายและโอกาสทางธุรกิจข้ามตลาดทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ควบคู่ไปกับการขยายฐานผู้ใช้งานผ่านพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ อาทิ ความร่วมมือระหว่าง Webull Prime กับ Gaysorn Village สำหรับกลุ่ม High Net Worth, การจับมือกับธนาคารชั้นนำในไทยเพื่อเจาะกลุ่ม Mass Affluent สู่การลงทุนทั่วโลก และการพัฒนา Mini App ร่วมกับ TrueMoney เพื่อขยายฐานสู่นักลงทุนรายย่อยในวงกว้าง
Webull ตั้งเป้าผลักดันสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) รวมของ Webull และ บล.พาย สู่ระดับ 200,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ในระยะแรก ทั้งสองบริษัทยังคงดำเนินธุรกิจแยกจากกันภายใต้แบรนด์เดิมเพื่อความต่อเนื่องในการบริการ ก่อนจะร่วมกันยกระดับระบบนิเวศการลงทุนอย่างยั่งยืนต่อไป







