โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ เดินหน้าประกาศทุ่มงบประมาณลงทุนกว่า 1,600 ล้านบาท (ราว 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อพลิกโฉมพื้นที่ครั้งใหญ่ ปรับมาตรฐานงานบริการและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มนักเดินทางระดับบนที่มองหาประสบการณ์เฉพาะตัว ภายใต้แนวคิด “Transformed. Timeless. Thai.” นำมรดกทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณงานบริการแบบไทยมาถ่ายทอดใหม่ในมุมมองร่วมสมัย เสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาด Luxury Hospitality และเติบโตสอดรับกับกรุงเทพฯ ในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำระดับโลก
ทอร์สเทน ริชเตอร์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ระบุว่า การปรับโฉมครั้งสำคัญนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพระยะยาวของกรุงเทพฯ ซึ่งผสมผสานจุดแข็งทั้งด้านวัฒนธรรม อาหาร ศิลปะ ไลฟ์สไตล์ และงานบริการเอาไว้อย่างครบวงจร โดยล่าสุด กรุงเทพฯ ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 8 จาก 200 เมืองทั่วโลก จากรายงาน Global Tourism City Attractiveness Index 2026 ตอกย้ำถึงเสน่ห์และขีดความสามารถในการดึงดูดนักเดินทางระดับนานาชาติ
“พฤติกรรมและความคาดหวังของนักเดินทางระดับบนเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน แม้มาตรฐานระดับสูงยังเป็นหัวใจสำคัญ แต่สิ่งที่ผู้เดินทางยุคนี้มองหาเพิ่มเติมคือประสบการณ์ที่มีความหมาย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่น การแข่งขันของเมืองท่องเที่ยวยุคใหม่จึงไม่ได้ตัดสินจากจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการสร้างประสบการณ์ที่ตราตรึงใจ” ทอร์สเทน กล่าว

โจทย์หลักของการรีโนเวตครั้งนี้คือ การต่อยอดมรดกทางสถาปัตยกรรมและศิลปะที่อยู่คู่โรงแรมมานานกว่า 4 ทศวรรษ นับตั้งแต่เปิดให้บริการในปี 2526 ภายใต้การออกแบบของ จอร์จ วิมเบอร์ลีย์ (George Wimberley) สถาปนิกชื่อดังระดับโลก โดยงานปรับโฉมยังคงรักษาและทำนุบำรุงสมบัติทางวัฒนธรรมเดิมไว้อย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะจิตรกรรมฝาผนังความยาว 100 เมตรบริเวณล็อบบี้ ฝีมืออาจารย์ไพบูลย์ สุวรรณกูฏ และภาพวาดบนแผงเพดาน 19 ช่องที่บอกเล่าเรื่องราว “สวรรค์ในคติไทย”
กลยุทธ์ “Thai Luxury” จะทำหน้าที่เป็นแกนกลางขับเคลื่อนการบริการ ผ่านการผสาน 5 องค์ประกอบ ได้แก่ มรดกทางวัฒนธรรม (Heritage), งานดีไซน์ (Design), ศาสตร์แห่งอาหาร (Gastronomy), สุขภาวะ (Wellness) และการต้อนรับที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล (Personalised Hospitality) โดยมีรายละเอียดการพัฒนาพื้นที่ส่วนต่างๆ ประกอบด้วย
- Rooms & Suites: ปรับโฉมห้องพักและห้องสวีททั้ง 335 ห้อง ตั้งแต่ Deluxe Room, Siam Suite, Anantara Suite ไปจนถึง Presidential Suite โดดเด่นด้วยงานไม้สัก ผ้าไหม งานฝีมือชั้นสูง ผสานการตกแต่งร่วมสมัย ห้องน้ำใช้วัสดุหินอ่อน ติดตั้งระบบแสงและสุขภัณฑ์ใหม่ทั้งหมด พร้อมเปิดตัวห้องพักรูปแบบใหม่ ได้แก่ Anantara Garden Pool Suite ห้องสวีทพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวท่ามกลางพื้นที่สีเขียว และ Jim Thompson Suite ห้องสวีท 2 ห้องนอนที่จับมือกับแบรนด์ผ้าไหมไทยระดับตำนาน
- Gastronomy: ยกระดับประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มด้วยร้านอาหารและบาร์ชั้นนำ 9 แห่ง ครอบคลุมตั้งแต่อาหารไทย อิตาเลียน ญี่ปุ่น สเต๊ก ไปจนถึงสไตล์อเมริกาใต้ อาทิ Spice Market, Biscotti, Shintaro, Madison Steak Avenue, Guilty Bangkok รวมถึง Aqua Bar ซึ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในบาร์ที่ดีที่สุดในเอเชียจากเวที Asia’s 50 Best Bars ร่วมด้วย Mocha & Muffins, The Lobby และ The Garden Terrace
- MICE: ปรับปรุงพื้นที่รองรับการจัดงานประชุมและอีเวนต์ครั้งใหญ่ โดยเฉพาะห้อง Grand Ballroom พร้อมห้องประชุมและฟังก์ชันสเปซที่ติดตั้งเทคโนโลยีสมัยใหม่ ผสานบรรยากาศความหรูหราแบบไทย เพื่อรองรับงานประชุมระดับนานาชาติ งานองค์กร งานแต่งงาน และงานกาลาดินเนอร์
- Wellness: ต่อยอดสู่มิติแห่งสุขภาวะรอบด้านด้วยการปรับโฉม Anantara Spa และเปิดตัว Siam Sport Club ศูนย์ฟิตเนสแห่งใหม่ที่ติดตั้งอุปกรณ์จาก Technogym สตูดิโอพิลาทิส พื้นที่ซ้อมมวยไทย หน้าผาจำลอง และโซนฝึกสมรรถภาพทางกายภาพ

“การพลิกโฉมครั้งนี้คือการนำคุณค่าและอัตลักษณ์ที่สั่งสมมาตลอด 40 ปีมาตีความใหม่ ให้ยังคงตอบโจทย์และเชื่อมโยงกับนักเดินทางในทุกยุคสมัย พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่มาตรฐานระดับสากลต่อไป” ทอร์สเทน กล่าวสรุป
–“เซ็นทรัล บางนา” New Look เฟสแรก! ส่องมุมสวย Vibes ใหม่ ผ่านดีไซน์มาสเตอร์พีซ







