Galaxy Z Fold8, Xiaomi 18 Fold และ iPhone Duo สมาร์ทโฟนไซซ์ Passport ที่ออกมาในปี 2026 นี้

Galaxy Z Fold8, Xiaomi 18 Fold และ iPhone Duo สมาร์ทโฟนไซซ์ Passport ที่ออกมาในปี 2026 นี้

สมาร์ทโฟนจอพับแบบ Short and Wide ที่เน้นความกว้าง พกพาสะดวก และใช้งานสะดวกมือ ที่หลายๆ คนอาจจะคุ้นกับคำว่า ไซซ์ Passport เปิดตัวออกมาแล้ว 3 รุ่น ในปี 2026 นี้ คือ Samsung Galaxy Z Fold8, Xiaomi 18 Fold และ Apple iPhone Duo จาก 3 ประเทศหลัก เกาหลีใต้ จีน และ สหรัฐฯ ซึ่งแต่ละแบรนด์นั้นก็มีแฟนๆ เป็นของตัวเอง และมีจุดเด่น จุดด้อย แตกต่างกันไป

ด้านสถาปัตยกรรมและมิติตัวเครื่อง

Samsung Galaxy Z Fold8 ครองตำแหน่งเครื่องที่บางและเบาที่สุดในกลุ่ม ด้วยน้ำหนักเพียง 201 กรัม ความหนาขณะกางออกเพียง 4.5 มิลลิเมตร และขณะพับ 9.7 มิลลิเมตร ผลิตด้วยเฟรม Armor Aluminum

ในขณะที่ Xiaomi 18 Fold มาพร้อมมิติความบางเมื่อกางออก 5.0 มิลลิเมตร น้ำหนัก 219 กรัม เสริมด้วยกระจกหน้า Xiaomi Dragon Crystal Glass 3

และฝั่ง Apple iPhone Duo เน้นความพรีเมียมแข็งแกร่งด้วยโครงสร้างและบานพับไทเทเนียมเกรด 5 (Grade 5 Titanium) กระจก Ceramic Shield 2 แต่มีน้ำหนักมากที่สุดถึง 254 กรัม และหนา 5.2 มิลลิเมตรเมื่อกางออก

มาตรฐานความทนทาน

เป็นอีกหนึ่งจุดชี้ขาด iPhone Duo มีมาตรฐานกันฝุ่นและกันน้ำเต็มรูปแบบ IP68 รองรับการจมน้ำลึกสูงสุด 6 เมตร เป็นเวลา 30 นาที พร้อมทั้งรองรับการใช้งานร่วมกับปากกาสไตลัส

ขณะที่ Xiaomi 18 Fold ใช้มาตรฐาน IP58/IP59 ป้องกันน้ำแรงดันสูง

ส่วน Samsung Galaxy Z Fold8 ให้การปกป้องที่ระดับ IP48 ซึ่งกันฝุ่นอนุภาคใหญ่กว่า 1 มิลลิเมตร และกันน้ำลึก 1.5 เมตร

เทคโนโลยีหน้าจอแสดงผล

ทั้งสามรุ่นเลือกใช้แผงหน้าจอหลักแบบ LTPO รีเฟรชเรต 120Hz ขนาดราว 7.6 นิ้ว แต่ความสว่างและความคมชัดมีความแตกต่างกัน

Xiaomi 18 Fold ดันความสว่างสูงสุด (Peak Brightness) ไปได้ถึง 4,000 nits ความละเอียด 2364 x 1672 พิกเซล ทั้งบนหน้าจอด้านในขนาด 7.58 นิ้ว และจอนอก 5.38 นิ้ว

ส่วน Samsung Galaxy Z Fold8 มาพร้อมจอ Foldable Dynamic LTPO AMOLED 2X ขนาด 7.6 นิ้ว (404 ppi) และจอนอก 5.5 นิ้ว ให้ความสว่างสูงสุด 3,000 nits เคลือบสารลดแสงสะท้อน

ทางด้าน iPhone Duo โดดเด่นด้านความละเอียดและความประณีต โดยหน้าจอหลักมีอัตราความหนาแน่นเม็ดพิกเซลสูงสุด 430 ppi (1878 x 2670 พิกเซล) ผิวสัมผัสแบบ Nano-Texture ลดแสงสะท้อน รอยพับกลางจอมีขนาดเล็กเป็นพิเศษ ทั้งยังซ่อนกล้องหน้าใต้จอหลัก

ขุมพลังขับเคลื่อนภายใน

Xiaomi 18 Fold เลือกใช้ชิปเซตสถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตร XRing O3 แบบ 10-core จับคู่กับระบบปฏิบัติการ Android 17 บน HyperOS 4 ที่รองรับการแบ่งหน้าจอทำงานพร้อมกันสูงสุดถึง 4 แอปพลิเคชัน

ด้าน Samsung ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 8 Elite Gen 5 (3 nm) ร่วมกับ One UI 9 ชูจุดเด่นฟีเจอร์ Samsung DeX สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอกทำงานแบบเดสก์ท็อป และให้คำมั่นการอัปเกรดระบบปฏิบัติการยาวนานถึง 7 รุ่น

ส่วน Apple iPhone Duo ใช้ชิปเซตรุ่นล่าสุด A20 Pro ขนาด 2 นาโนเมตร พร้อมระบบระบายความร้อน Custom Vapour Chamber รันบนระบบปฏิบัติการ iOS 27 พร้อมอินเทอร์เฟซควบคุมแบบ Side-docked

ระบบการถ่ายภาพ

มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง โดย Xiaomi 18 Fold เป็นเพียงรุ่นเดียวในกลุ่มที่ติดตั้งระบบกล้อง 3 ตัวระดับโปรเลนส์ Leica ประกอบด้วยกล้องหลัก 200 ล้านพิกเซล (OIS), กล้อง Periscope Telephoto 50 ล้านพิกเซล ซูมออปติคอล 3.x และกล้อง Ultrawide 50 ล้านพิกเซล รองรับวิดีโอ 8K

ทางด้าน Samsung Galaxy Z Fold8 ให้กล้องคู่ด้านหลัง ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (Wide และ Ultrawide) รองรับการบันทึกวิดีโอ 8K@30fps และ 4K สูงสุด 120fps แต่ไร้เลนส์ซูมระยะไกล

ส่วน Apple iPhone Duo ให้กล้องคู่ Fusion 48 ล้านพิกเซล (Wide และ Ultrawide) มีระบบกันสั่นแบบ Sensor-shift OIS บันทึกวิดีโอระดับภาพยนตร์ ทั้ง Dolby Vision HDR 120fps, ProRes และ Spatial Video สำหรับอุปกรณ์แสดงผล 3D

ระบบพลังงานและการชาร์จ

Xiaomi คว้าความได้เปรียบด้วยแบตเตอรี่ Silicon-Carbon ความจุสูงถึง 6000 mAh รองรับชาร์จไว 67W และชาร์จไร้สาย 50W

ขณะที่ Samsung Galaxy Z Fold8 พกพาแบตเตอรี่ 4800 mAh รองรับชาร์จไว 45W และชาร์จไร้สาย 20W

ทางฝั่ง Apple ไม่ได้ระบุตัวเลขความจุแต่ระบุการเล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 31 ชั่วโมงบนหน้าจอหลัก รองรับชาร์จไวผ่านสาย 50% ภายใน 20 นาที และชาร์จไร้สาย MagSafe/Qi2 ที่ 25W

ทั้งนี้ ข้อแตกต่างด้านการเชื่อมต่อคือ iPhone Duo เปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบ eSIM ล้วนทั่วโลก (ไม่มีถาดใส่ซิมการ์ดแบบเดิม) ขณะที่ Galaxy Z Fold8 และ Xiaomi 18 Fold ยังคงมีช่องใส่ Nano-SIM ควบคู่มาให้

วิเคราะห์เปรียบเทียบ ข้อดี-ข้อด้อย

Xiaomi 18 Fold ข้อดี:

  • แบตเตอรี่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มด้วยความจุ 6000 mAh รองรับชาร์จไว 67W และชาร์จไร้สาย 50W
  • ระบบกล้องทรงพลังที่สุด พร้อมเลนส์ Leica มีเซนเซอร์หลัก 200 ล้านพิกเซล และเลนส์ Periscope Telephoto สำหรับการซูมจริง
  • หน้าจอสว่างที่สุดถึง 4,000 nits ทั้งจอด้านในและจอนอก
  • มาตรฐานป้องกันน้ำแรงดันสูง IP58/IP59

ข้อด้อย:

  • กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ยังจำกัดความละเอียดวิดีโอไว้ที่ 1080p
  • การจัดจำหน่ายและการอัปเดตระบบในระดับสากลอาจมีความเฉพาะกลุ่มมากกว่า
  • ไม่มีระบบเดสก์ท็อปแบบพกพาเทียบเท่า Samsung DeX

Samsung Galaxy Z Fold8 ข้อดี:

  • น้ำหนักเบาที่สุด (201 กรัม) และตัวเครื่องบางที่สุด (4.5 มม. เมื่อกางออก) พกพาและจับถือง่ายที่สุด
  • การันตีการอัปเดตระบบปฏิบัติการยาวนานสูงสุดถึง 7 รุ่น
  • ฟังก์ชันระดับโปรครบเครื่องด้วย Samsung DeX เปลี่ยนการเชื่อมต่อไปสู่ประสบการณ์เดสก์ท็อปเต็มรูปแบบ
  • มีถาดใส่ Nano-SIM พร้อมตัวเลือก eSIM และราคาเริ่มต้นจับต้องได้ง่ายที่สุดในกลุ่มเรือธง

ข้อด้อย:

  • ถูกตัดกล้อง Telephoto ระยะไกลออกไป เหลือเพียงกล้องหลักและกล้อง Ultrawide
  • แบตเตอรี่ขนาด 4800 mAh และความเร็วการชาร์จตามหลังคู่แข่งจากฝั่งจีน
  • มาตรฐานกันฝุ่นและน้ำอยู่ที่ IP48 ซึ่งด้อยกว่ามาตรฐาน IP68/IP59 ของคู่แข่ง

Apple iPhone Duo ข้อดี:

  • มาตรฐานความทนทานระดับพรีเมียมด้วยโครงสร้างไทเทเนียมเกรด 5 และมาตรฐานกันน้ำฝุ่น IP68 ทนน้ำลึก 6 เมตร
  • รองรับการใช้งานปากกาสไตลัส และหน้าจอเคลือบผิวแบบ Nano-Texture ลดแสงสะท้อน
  • ชิปเซตประมวลผลขนาด 2 นาโนเมตร A20 Pro ประสิทธิภาพระดับแถวหน้า
  • งานวิดีโอขั้นสูงรอบด้าน รองรับ ProRes, 10-bit HDR Dolby Vision ที่ 120fps และ Spatial Video

ข้อด้อย:

  • ตัวเครื่องมีน้ำหนักมากที่สุดถึง 254 กรัม
  • ราคาเปิดตัวสูงที่สุดในกลุ่ม (เริ่มต้นราว $1,999)
  • ไม่มีเลนส์ Optical Telephoto แยกเฉพาะ
  • ใช้งานได้เฉพาะ eSIM เท่านั้น ไม่รองรับ Nano-SIM แบบแผ่น

ที่มา gsmarena

เปิดตัว iPhone Duo สมาร์ทโฟนจอพับรุ่นแรกจาก Apple จอ 7.6 นิ้ว ชิป A20 Pro