การบริหารจัดการธุรกิจของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อการเติบโตไม่ได้ถูกจำกัดด้วยการเข้าถึงเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นความซับซ้อนจากการใช้เครื่องมือดิจิทัลและช่องทางชำระเงินที่กระจัดกระจาย ล่าสุด มาสเตอร์การ์ด (Mastercard) ได้เปิดตัวโซลูชัน “Mastercard One Credential” เพื่อรวมการชำระเงินหลายรายการเข้ากับบัตรหลักเพียงใบเดียว โดยเริ่มนำร่องใช้งานแล้วในประเทศอินเดียร่วมกับ City Union Bank (CUB) เพื่อช่วยผู้ประกอบการลดภาระงานธุรการและบริหารจัดการกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลการสำรวจ “Mastercard Dreamonomics” ซึ่งรวบรวมข้อมูลจาก SME กว่า 6,000 แห่งใน 18 ประเทศทั่วโลก รวมถึงกว่า 1,000 แห่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ออสเตรเลีย จีน อินเดีย และอินโดนีเซีย) ชี้ให้เห็นว่า ผู้ประกอบการในเอเชียแปซิฟิกถึง 74% ยังมีมุมมองเชิงบวกต่ออนาคต และ 61% พร้อมเปิดรับนวัตกรรมใหม่ ทว่า 69% ยังคงให้ความสำคัญกับเสถียรภาพและความแน่นอนทางธุรกิจเป็นหลัก
รับมือความซับซ้อน: SME แบกรับเฉลี่ย 5 เครื่องมือ 4 ช่องทางจ่ายเงิน
รายงาน Dreamonomics ระบุว่า SME ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกใช้งานเครื่องมือทางธุรกิจเฉลี่ยถึง 5 ประเภท และ 94% ให้ความสนใจนำเครื่องมือดิจิทัลใหม่ ๆ มาใช้อย่างน้อยหนึ่งรายการ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของระบบปฏิบัติการส่งผลให้ SME ถึง 74% เรียกร้องเครื่องมือแบบบูรณาการที่สามารถเชื่อมโยงระบบการทำงานเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยสนับสนุนการตัดสินใจในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง
ความซับซ้อนดังกล่าวยังเกิดขึ้นในมิติของการชำระเงิน โดย SME ในภูมิภาคใช้ช่องทางชำระเงินเฉลี่ย 4 รูปแบบ ได้แก่ การโอนเงินผ่านระบบธนาคารทางอิเล็กทรอนิกส์ (59%) การชำระเงินแบบทันที (55%) บัตรเดบิต (52%) และบัตรเครดิต (47%) แม้ตัวเลือกที่หลากหลายจะสร้างทางเลือก แต่การต้องบริหารหลายบัญชีและหลายแหล่งเงินทุนมักสร้างปัญหาในการกระทบยอดบัญชี ทำให้การประเมินสภาพคล่องล่าช้า และเพิ่มภาระงานด้านเอกสารโดยไม่จำเป็น
อนูชกา แลดส์ รองประธานฝ่ายการชำระเงินเชิงพาณิชย์และระบบชำระเงินใหม่ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มาสเตอร์การ์ด อธิบายว่า หัวใจสำคัญของผู้ประกอบการไม่ได้อยู่ที่ตัวระบบหรือแหล่งเงินทุน แต่อยู่ที่การจ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์ การจัดการกระแสเงินสด และความต่อเนื่องของธุรกิจ ทุกการตัดสินใจมีมิติทางการเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง SME จึงต้องการประสบการณ์ชำระเงินที่สอดรับกับวิถีการทำงานจริง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารเงินทุนหมุนเวียนและปรับตัวรับมือกับความต้องการของตลาดได้อย่างทันท่วงที
นำร่องในอินเดีย ตอบโจทย์รวมบัตรเดบิต-เครดิตไว้ในข้อมูลชุดเดียว
กรณีศึกษาในประเทศอินเดียสะท้อนความต้องการนี้ชัดเจน โดย SME อินเดีย 63% ต้องการระบบการชำระเงินแบบเรียลไทม์ ขณะที่ 45% มองหาโซลูชันการชำระเงินดิจิทัลที่มีความยืดหยุ่น และ 39% ต้องการบัตรธุรกิจที่ผสานคุณสมบัติของทั้งบัตรเดบิตและบัตรเครดิตเข้าด้วยกันพร้อมระบบควบคุมวงเงินค่าใช้จ่าย
เพื่อตอบสนองพฤติกรรมดังกล่าว มาสเตอร์การ์ดจึงร่วมกับ City Union Bank ทดสอบ Mastercard One Credential เป็นครั้งแรกในอินเดีย โซลูชันนี้เปิดทางให้ผู้ถือบัตรทั้งกลุ่มบุคคลและนิติบุคคลสามารถเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ผ่านเกณฑ์หลายรายการไว้ภายใต้ข้อมูลการชำระเงินชุดเดียว (Single Credential) ระบบสามารถเลือกตัดเงินจากบัญชีหรือวงเงินที่เหมาะสมได้อัตโนมัติตามการตั้งค่าล่วงหน้า เช่น มูลค่าธุรกรรมหรือประเภทของร้านค้า ช่วยให้ SME สามารถแยกค่าใช้จ่ายส่วนตัวออกจากค่าใช้จ่ายของกิจการได้อย่างเด็ดขาด
ชูความปลอดภัยไซเบอร์และ AI เสริมเกราะป้องกันธุรกิจ
การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลยังทำให้ SME ตระหนักถึงความปลอดภัยของข้อมูล โดย 70% ของ SME ในเอเชียแปซิฟิกระบุว่าความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นสิ่งจำเป็นยิ่งยวดต่อการดำเนินธุรกิจ แต่ในทางปฏิบัติกลับมีเพียง 39% เท่านั้นที่มีเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว
ขณะเดียวกัน 74% ของผู้ประกอบการแสดงความสนใจในเทคโนโลยี AI โดยเฉพาะความสามารถด้านการป้องกันการทุจริตและการรักษาความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งเป็นสิ่งที่ SME ต้องการจากสถาบันการเงินมากที่สุดถึง 47% ผู้ประกอบการยุคนี้จึงต้องการให้ระบบการรักษาความปลอดภัยถูกผนวกเป็นเนื้อเดียวกับเครื่องมือทางการเงินที่มีอยู่ เพื่อเสริมความคล่องตัวและความมั่นใจในการขยายธุรกิจในระยะยาว







