ฝนตกหนัก-น้ำท่วมเสี่ยงป่วยพุ่ง! แพทย์วิมุตเตือนรับมือ 5 โรคฮิต เช็กอาการอันตรายก่อนลุกลาม

ฝนตกหนัก-น้ำท่วมเสี่ยงป่วยพุ่ง! แพทย์วิมุตเตือนรับมือ 5 โรคฮิต เช็กอาการอันตรายก่อนลุกลาม

วิกฤตฝนตกหนักต่อเนื่องและสถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ กำลังเพิ่มความเสี่ยงด้านสาธารณสุขอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากปัญหาน้ำขังที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง น้ำและอาหารปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล ตลอดจนการลุยน้ำขังและโคลนเป็นเวลานาน ทางแพทย์โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน จึงได้ออกโรงเตือนประชาชนให้เฝ้าระวัง 5 กลุ่มโรคยอดฮิตที่มักมาพร้อมน้ำท่วม พร้อมสังเกตสัญญาณเตือนเพื่อเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว

  1. ไข้หวัดใหญ่และโรคระบบทางเดินหายใจ สภาพอากาศชื้นและการต้องอยู่รวมกันในพื้นที่ปิด เช่น บ้านหรือศูนย์พักพิง ทำให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายผ่านละอองฝอยได้ง่าย สถิติกรมควบคุมโรคตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 8 กรกฎาคม 2569 มีผู้ป่วยสะสมแล้วถึง 213,621 ราย เสียชีวิต 22 ราย โดยพบมากที่สุดในกลุ่มเด็กอายุ 5–9 ปี อาการสำคัญคือมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว ไอ เจ็บคอ หากพบอาการหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ซึมลง หรือไข้สูงต่อเนื่อง ควรรีบพบแพทย์ทันที พร้อมแนะล้างมือบ่อยครั้งและสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่แออัด
  2. ไข้เลือดออก ภาชนะขยะหรือจุดที่มีน้ำท่วมขังเพียงเล็กน้อยกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายอย่างรวดเร็ว ข้อมูลกรมควบคุมโรคระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 22 กรกฎาคม 2569 มีผู้ป่วยสะสม 16,094 ราย เสียชีวิต 26 ราย พบบ่อยในกลุ่มอายุ 10–19 ปี โรคนี้เริ่มจากไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดเบ้าตา และคลื่นไส้ สิ่งที่ต้องระวังขั้นสูงสุดคือระยะที่ “ไข้เริ่มลด” หากมีอาการปวดท้องรุนแรง อาเจียนต่อเนื่อง เลือดออกผิดปกติ หรือมือเท้าเย็น ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที และห้ามซื้อยาแอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือไดโคลฟีแนกมารับประทานเองเด็ดขาด
  3. ไข้ฉี่หนู (เลปโตสไปโรสิส) อันตรายสำคัญสำหรับผู้ที่เดินลุยน้ำ ย่ำโคลน หรือเก็บกวาดบ้านหลังน้ำลด เชื้อแบคทีเรียจากปัสสาวะสัตว์สามารถซึมผ่านบาดแผล รอยถลอก หรือเยื่อบุร่างกายได้อย่างง่ายดาย กรมควบคุมโรครายงานผู้ป่วยสะสม 2,190 ราย เสียชีวิต 30 ราย (1 มกราคม – 21 กรกฎาคม 2569) อาการเตือนคือไข้สูงเฉียบพลัน ตาแดง และปวดกล้ามเนื้อรุนแรงโดยเฉพาะน่องและแผ่นหลัง การป้องกันต้องสวมรองเท้าบูต ถุงมือ และปิดแผลมิดชิด หากมีอาการต้องแจ้งแพทย์ทันทีว่ามีประวัติสัมผัสน้ำท่วม
  4. อุจจาระร่วงและอาหารเป็นพิษ น้ำท่วมพาสิ่งปฏิกูลปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำ วัตถุดิบ และภาชนะใส่อาหาร โดยข้อมูลช่วง 14 มิถุนายน ถึง 9 กรกฎาคม 2569 ระบุว่าโรคอุจจาระร่วงมีสถิติผู้ป่วยสูงที่สุด หากถ่ายเหลวหรืออาเจียน ควรจิบสารละลายเกลือแร่ ORS เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ แต่หากพบอาการถ่ายเป็นมูกเลือด ปัสสาวะออกน้อย อ่อนเพลียมาก หรืออาเจียนไม่หยุด ต้องไปพบแพทย์ทันที ทั้งนี้อาหารที่สัมผัสน้ำท่วมโดยตรงควรทิ้งทันที และเลือกรับประทานเฉพาะอาหารปรุงสุกใหม่เท่านั้น
  5. โรคผิวหนังและแผลติดเชื้อ การแช่น้ำขังที่สกปรกเป็นเวลานานทำลายเกราะป้องกันผิวหนัง ส่งผลให้เกิดโรคน้ำกัดเท้า เชื้อรา หรือผื่นคันได้ง่าย หากผิวหนังมีบาดแผล เชื้อแบคทีเรียอาจลุกลามจนกลายเป็นการติดเชื้อรุนแรง โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานและผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หากแผลเริ่มบวม แดง ร้อน มีหนอง หรือมีไข้ร่วมด้วย ต้องรับการรักษาจากแพทย์อย่างเร่งด่วน การดูแลเบื้องต้นหลังลุยน้ำคือล้างสบู่ให้สะอาดและเช็ดซอกนิ้วให้แห้งสนิททุกครั้ง

นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน เน้นย้ำว่า นอกจากภัยจากระดับน้ำแล้ว เชื้อโรคที่แฝงมากับน้ำท่วมและพาหะนำโรคเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม หากร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือนไม่ควรปล่อยไว้จนลุกลาม

–สยามซีเพลน จับมือ สพฉ. เปิดมิติใหม่กู้ชีพฉุกเฉินทางอากาศ เตรียมบินไฟลต์แรก พ.ย. 69 ก่อนยกระดับสู่เครื่องบินทะเลปี 70