เซ็นทรัลพัฒนา ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และศูนย์การค้าของไทย ประกาศขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ “Imagining better futures for all” เดินหน้ายกระดับศูนย์การค้าสู่ “Third Place” คุณภาพสูง ที่ผสานการเติบโตของเมือง ชุมชน และสิ่งแวดล้อมให้ก้าวไปพร้อมกันอย่างสมดุล ด้วยหลักการ “Sustainability by Design” ผสานความร่วมมือกับพันธมิตรผู้ผลิตสีระดับสากลอันดับ 1 ของเอเชียอย่าง “นิปปอนเพนต์” เพื่อมุ่งสู่หมุดหมายสำคัญระดับโลกอย่าง Net Zero 2050
ชาตรี โกวิทานุพงศ์ กรรมการผู้จัดการ สายงาน Project Development บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เผยว่า ปัจจุบันศูนย์การค้าไม่ใช่เพียงสถานที่จับจ่าย แต่คือพื้นที่ชีวิตที่มีบทบาทสร้างคุณค่าให้กับสังคม การเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 จึงไม่ใช่เรื่องเสริมหรือทางเลือก แต่เป็นสิ่งที่ต้องคิดและบูรณาการตั้งแต่เริ่มวางผังแม่บท (Master Plan) การออกแบบสถาปัตยกรรม การคัดสรรวัสดุก่อสร้าง ตลอดจนการบริหารจัดการร่วมกับผู้เช่า ส่งผลให้ศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนาผ่านการรับรองมาตรฐานอาคารระดับสากลและระดับประเทศ อาทิ LEED, TREES, EDGE, WELL Building Standard และ Resilient Design อีกทั้งยังได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนระดับโลก DJSI World ต่อเนื่อง 8 ปี และ DJSI Emerging Markets 12 ปี พร้อมยืนหยัดในกลุ่ม Top 10% ของ S&P Global Sustainability Yearbook
ตัวอย่างความสำเร็จของโมเดล Sustainability by Design ปรากฏชัดในหลายโครงการสำคัญ เช่น “เซ็นทรัล พาร์ค” (Central Park) ที่เนรมิต Roof Park ขนาด 7 ไร่บนดาดฟ้า เชื่อมวิถีชีวิตคนเมืองเข้ากับพื้นที่สีเขียวของสวนลุมพินีอย่างไร้รอยต่อ, “เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์” (Central Northville) ที่ใช้แนวคิด Biophilic Design ดึงธรรมชาติเข้ามาสู่อาคาร พร้อมโซน Sports & Wellness พื้นที่ชุมชนหลายวัยและเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง (Pet-Friendly) รวมถึง “เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส” (Central Khonkaen Campus) กับ Indoor Garden แห่งแรกและใหญ่ที่สุดในจังหวัด เชื่อมต่อ Co-working Space และ Creative Community สำหรับคนรุ่นใหม่
นอกเหนือจากการดีไซน์ หัวใจสำคัญอีกประการคือ “การตัดสินใจเลือกวัสดุเพื่อความยั่งยืน” โดยเซ็นทรัลพัฒนาใช้เกณฑ์การคัดเลือกที่สมดุล 5 มิติ คือ ด้านประสิทธิภาพการใช้งาน (Performance), ความปลอดภัย (Safety), ความทนทาน (Durability), สุขภาวะของผู้ใช้งาน (Health & Well-being) และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact) เพื่อดูแลผู้ใช้อาคารและลดภาระการซ่อมบำรุงหรือการใช้ทรัพยากรตลอดอายุการใช้งานของอาคาร
ด้าน วัชระ ศิริฤทธิชัย General Manager บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า นิปปอนเพนต์ดำเนินธุรกิจตามกรอบ ESG และยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง จึงพัฒนานวัตกรรมสีและกระบวนการผลิตเพื่อตอบโจทย์พันธมิตรค้าปลีกอย่างครบวงจร ทั้งสีปลอดสารพิษ ปราศจากโลหะหนักและฟอร์มัลดีไฮด์ พร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยให้สียึดเกาะทนทาน ลดขั้นตอนและรอบความถี่ในการทาซ้ำ ซึ่งช่วยลดการใช้ทรัพยากรและลดการปล่อยคาร์บอนทั้งระยะสั้นและระยะยาว
นอกจากนี้ ยังมีนวัตกรรมเพื่อสุขอนามัยอย่าง “นิปปอนเพนต์ แอร์แคร์” สีทาภายในมาตรฐานอากาศสะอาดระดับโลก GREENGUARD GOLD ไร้สารระเหยอันตราย (Zero VOCs) ปราศจากกลิ่นฉุน และมีคุณสมบัติดักจับฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสบนผนัง สามารถเปิดใช้อาคารได้ทันทีแม้ขณะทาสี ตลอดจน “นิปปอนเพนต์ เนเจอร์แคร์” สีนวัตกรรมที่ใช้วัตถุดิบยางพาราธรรมชาติทดแทนฟอสซิล มีสัดส่วนคาร์บอนหมุนเวียน (Renewable Carbon) ถึง 42% ขณะที่ฝั่งโรงงานผลิตได้นำระบบหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ ติดตั้ง Dust Collector ดักจับฝุ่น และเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในการขนส่งเพื่อลดมลพิษตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ด้วยเครือข่ายศูนย์การค้า 45 แห่งทั่วประเทศและผู้เข้ามาใช้บริการเกือบ 20 ล้านคนต่อวัน เซ็นทรัลพัฒนามุ่งมั่นใช้ศักยภาพนี้เป็นแพลตฟอร์มในการผลักดันให้ความยั่งยืนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตผู้คน โดยมองว่าความยั่งยืนไม่ใช่จุดหมายปลายทางที่หยุดนิ่ง แต่คือการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างพื้นที่คุณภาพสำหรับผู้คน เมือง และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
–NT จับมือพันธมิตรเปิดเวิร์กช็อป ESG และ Carbon Footprint ปูทางองค์กรไทยสู่เป้าหมาย Net Zero







