เน็ตแอพ (NetApp) ประกาศเปิดตัวชุดขีดความสามารถใหม่ด้าน Hybrid Multi-Cloud พร้อมระบบควบคุมอัตโนมัติ เพื่อทลายข้อจำกัดในการเชื่อมต่อระหว่างระบบภายในองค์กร (On-Premises) และระบบคลาวด์ มุ่งตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่ที่ต้องบริหารจัดการเวิร์กโหลด AI และแอปพลิเคชันที่กระจายตัวอยู่บนสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ทั้งพับลิกคลาวด์ คลาวด์ในเขตอธิปไตยเฉพาะ (Sovereign Regions) ตลอดจนสถาปัตยกรรม AI Factory
การขยายตัวของเวิร์กโหลดสมัยใหม่ส่งผลให้องค์กรเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งข้อกำหนดด้านอธิปไตยของข้อมูล (Data Sovereignty) กฎระเบียบกำกับดูแล ถิ่นที่ตั้งของข้อมูล (Data Residency) ตลอดจนปัญหาการบริหารจัดการที่ใช้แรงงานคนและเครื่องมือที่แยกส่วน ซึ่งสร้างความเสี่ยงด้านต้นทุนและการดำเนินงาน การเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ครั้งนี้จึงมุ่งปรับรูปแบบการทำงานของดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ควบคุมต้นทุน และกำหนดขอบเขตความปลอดภัยของข้อมูลได้ตามต้องการ
สำหรับขีดความสามารถใหม่ด้าน Hybrid Multi-Cloud ของเน็ตแอพ ประกอบด้วย 5 ไฮไลต์สำคัญ:
NetApp Keystone Sovereign กรอบการกำกับดูแลและจัดการข้อมูลในระดับภูมิภาค เพื่อตอบสนองข้อกำหนดด้านอธิปไตยของข้อมูลและถิ่นที่ตั้งข้อมูลอย่างเข้มงวด โดยเปิดให้ลูกค้าที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) ใช้งานกลไกควบคุมนี้เพื่อปฏิบัติตามกฎระเบียบเฉพาะของแต่ละพื้นที่
NetApp Console Autonomous Operations ระบบปฏิบัติการอัตโนมัติที่ช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อนและการแก้ปัญหาแบบแยกส่วน โดยขับเคลื่อนด้วย API และ Agentic AI ภายใต้การกำกับดูแลของมนุษย์ เพื่อคาดการณ์ปัญหา จัดการความจุ ควบคุมต้นทุน และแก้ไขเหตุขัดข้องได้อย่างรวดเร็ว รองรับการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความปลอดภัยสูงแบบตัดขาดจากเครือข่ายภายนอก (Air-Gapped)
NetApp Console Fleet Management โซลูชันบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดเสมือนเป็นระบบเดียว เพิ่มทางเลือกการใช้งานคอนโซลรูปแบบที่สองที่ติดตั้งได้โดยตรงในสภาพแวดล้อมขององค์กร ทำให้ NetApp Console มี 2 รูปแบบการให้บริการ เพื่อรองรับความต้องการที่ยืดหยุ่นไม่ว่าข้อมูลจะจัดเก็บและประมวลผลอยู่ที่ใด
NetApp Console AI ChatOps Interface อินเทอร์เฟซคำสั่งผ่านการสนทนาที่ช่วยให้ระบบจัดเก็บข้อมูล NetApp ONTAP ดำเนินงานได้ด้วยตนเองและจัดสรรทรัพยากรตามเป้าหมายที่ระบุ รองรับการรายงานผล การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ และการแก้ไขปัญหาอัตโนมัติผ่าน Open LLM Gateway ซึ่งเปิดให้องค์กรเชื่อมต่อโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ของตนเองมาขับเคลื่อนงานด้าน AI ภายใต้นโยบายและการกำกับดูแลอย่างปลอดภัย
ความร่วมมือกับ Nutanix ผสานการทำงานระหว่าง NetApp ONTAP เข้ากับ Nutanix Cloud Infrastructure เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสภาพแวดล้อมเสมือน (Virtual Environments) ปกป้องมูลค่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเดิม พร้อมเสริมความปลอดภัยและความคล่องตัวในการขยายระบบ โดยมีกำหนดเปิดให้ใช้งานทั่วไปในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้
Sandeep Singh รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ฝ่าย Platform ของเน็ตแอพ ระบุว่า สถาปัตยกรรมระบบจัดเก็บข้อมูลคือหัวใจที่กำหนดการทำงานของเวิร์กโหลด องค์กรไม่ควรต้องเลือกระหว่างประสิทธิภาพและการควบคุมของระบบ On-Premises กับความยืดหยุ่นของคลาวด์ นวัตกรรมใหม่นี้จะช่วยให้ระบบทำงานได้ด้วยตนเองมากขึ้น และทำให้การบริหารข้อมูลมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และอยู่ภายใต้การควบคุมขององค์กรอย่างแท้จริง
ขณะที่ Dave McCarthy รองประธานกลุ่มฝ่าย Cloud and Datacenters, Enterprise Infrastructure จาก IDC ชี้ว่า ผู้นำไอทีกำลังเผชิญแรงกดดันในการจัดการเวิร์กโหลดยุค AI บนสภาพแวดล้อมที่กระจายตัว กลยุทธ์ด้าน Hybrid Multi-Cloud ของเน็ตแอพช่วยตอบโจทย์ด้วยการรวมระบบอัตโนมัติ บริการข้อมูลที่สอดคล้องกัน และการรับประกันประสิทธิภาพไว้บนแพลตฟอร์มเดียว ทำให้องค์กรสามารถรันเวิร์กโหลดในจุดที่เหมาะสมที่สุดโดยไม่สูญเสียการควบคุม







