บริษัท โอมิเซะ จำกัด (Omise) ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินและเทคโนโลยีชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่น ประกาศก้าวสำคัญสู่สมรภูมิเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ด้วยการเปิดตัว “Mirai Flash” แพลตฟอร์ม AI Coworker บนเดสก์ท็อปตัวแรกภายใต้ Mirai ธุรกิจด้าน AI ของกลุ่มบริษัท พร้อมเปิดตัว “Omise AI Service” บริการที่ปรึกษา ออกแบบ และวางระบบโครงสร้างพื้นฐาน AI สำหรับลูกค้าองค์กรทั่วเอเชีย มุ่งปลดล็อกปัญหาคอขวดด้านผลิตภาพและเชื่อมต่อระบบการทำงานที่กระจัดกระจายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ยูสุเกะ โทมิโมโตะ (Yusuke Tomimoto) ประธานกลุ่มบริษัท Omise เปิดเผยว่า การเปิดตัวแบรนด์ Mirai และ Mirai Flash เป็นหมุดหมายเชิงกลยุทธ์ที่ตอกย้ำว่าพันธกิจของ Omise ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระบบชำระเงิน แต่ขยายสู่การนำ AI มาใช้ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน เสริมความคล่องตัว และแก้ปัญหาการทำงานของภาคธุรกิจในระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง
ทางด้าน จุน ฮาเซกาวา (Jun Hasegawa) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Omise ชี้ให้เห็นถึงที่มาของแพลตฟอร์มว่า Mirai ไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแข่งขันสร้างโมเดลพื้นฐาน (Foundation Model) แต่เกิดจากการแก้ปัญหาจริงที่พบภายในองค์กร ซึ่งพนักงานต้องสูญเสียเวลาหลายชั่วโมงไปกับการสลับแอปพลิเคชันและค้นหาข้อมูลที่กระจัดกระจาย การนำ Mirai Flash มาใช้งานภายในองค์กรช่วยประหยัดเวลาของทีมไปแล้วกว่า 100 ชั่วโมง โดยเปลี่ยนงานที่ต้องทำผ่านเครื่องมือหลายตัวและใช้เวลานานหลายวัน ให้สามารถจัดการเสร็จสิ้นได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที
Mirai Flash พัฒนาขึ้นเป็นแอปพลิเคชันบนเดสก์ท็อป รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ macOS และ Windows ช่วยให้พนักงานสั่งการและทำงานข้ามระบบได้ผ่านอินเทอร์เฟซแบบแชตเพียงหน้าจอเดียว โดยมี 4 แกนหลักในการตอบโจทย์ระดับองค์กร:
- Custom Software Integration Support: เชื่อมต่อกับเครื่องมือธุรกิจยอดนิยม เช่น Slack, Jira, Google Workspace, BigQuery และ BambooHR ผ่าน Model Context Protocol (MCP) ซึ่งเป็นมาตรฐานเปิดระดับสากล พร้อมรองรับ Custom Integration เพื่อเชื่อมต่อระบบภายในเฉพาะทาง ดึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ และส่งต่องานข้ามแพลตฟอร์มได้อัตโนมัติ
- Tailored Modes for Every Team: โหมดการทำงานที่ปรับแต่งให้ตรงกับบริบทของแต่ละสายงาน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริการลูกค้า ฝ่ายการเงินและบัญชี ฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ฝ่ายขายและพันธมิตร ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงผู้บริหารระดับสูง
- Administrator-Controlled Governance: ผู้ดูแลระบบไอทีสามารถควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงเครื่องมือและการดำเนินงานของ AI ได้อย่างเบ็ดเสร็จตามนโยบายความปลอดภัยขององค์กร
- Enterprise Security & Data Protection: ความปลอดภัยขั้นสูงด้วยการจัดเก็บข้อมูลล็อกอิน (Credentials) และ Access Key แบบเข้ารหัสไว้บนอุปกรณ์ของผู้ใช้โดยตรง และมีข้อตกลงกับผู้ให้บริการโมเดล AI ที่ยืนยันว่าจะไม่นำข้อมูลหรือเนื้อหาของลูกค้าไปใช้เทรนโมเดลโดยเด็ดขาด
นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังเป็นแบบ Model Agnostic ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสลับเลือกใช้โมเดล AI ระดับแนวหน้าได้ตามความเหมาะสม เช่น GPT-5, Claude Opus 5 และ Gemini พร้อมเสริมด้วยระบบ Gamification เช่น กิจกรรม Challenge และ Leaderboard เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมและส่งเสริมวัฒนธรรมการใช้งาน AI ให้เกิดขึ้นจริงในองค์กร
ปีเตอร์ พรประยุทธ (Peter S. Pornprayuth) รองประธานฝ่ายขายและพันธมิตรระดับโลก Omise กล่าวเสริมว่า โซลูชัน AI สำหรับภาคธุรกิจไม่มีสูตรสำเร็จแบบ One-Size-Fits-All เนื่องจากแต่ละองค์กรมีโครงสร้างระบบเดิม (Legacy Infrastructure) และข้อกำหนดด้านการกำกับดูแลที่แตกต่างกัน Omise จึงวางตำแหน่ง Mirai Flash ให้เป็น Productivity Hub และผสานการทำงานร่วมกับ Omise AI Service ซึ่งจัดทีมนักวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญเข้าไปดูแลตั้งแต่ขั้นตอนวางกลยุทธ์ ออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ จนถึงการติดตั้งและเชื่อมต่อระบบอย่างราบรื่น ปลอดภัย และสามารถวัดผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ได้ชัดเจน
สำหรับองค์กรที่ต้องการยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน Mirai Flash พร้อมเปิดให้ดาวน์โหลดใช้งานบน macOS และ Windows แล้วตั้งแต่วันนี้ โดยผู้ใช้ 100 รายแรกสามารถลงทะเบียนเพื่อเริ่มต้นใช้งานได้ทันทีผ่าน https://mirai.omise.co/







