เวที Better Futures Project 2026 อนาคตใกล้ฉัน เวทีประกวดนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนที่เกิดจากความร่วมมือของ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน), โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP), กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และเครือข่ายพันธมิตร ประกาศผลงานเยาวชนไทยที่นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และหลักการธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน มาร่วมแก้วิกฤตสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมตั้งแต่การลดขยะอาหารเมืองท่องเที่ยว ขยะพลาสติกทางทะเล มลพิษทางอากาศจากการเผาภาคเกษตร ไปจนถึงการยกระดับสินค้าชุมชน
รางวัลชนะเลิศระดับอุดมศึกษา ตกเป็นของทีมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (นายจักรินทร์ บริรักษ์, นายณกมล วรตันติ และนายพัชรพล ไฝจู) กับผลงาน “ยางกล้วยป่า X คณิตศาสตร์ GSP ล็อกสีธรรมชาติป้องสิทธิชุมชน คืนชีวิตให้ทะเลพัทลุง” พัฒนากระบวนการผลิตผ้ามัดย้อมของชุมชนบ้านท่าช้าง จังหวัดพัทลุง โดยดึงสารแทนนินจากยางกล้วยป่ามาทำหน้าที่เป็นสารช่วยตรึงสีธรรมชาติ เพื่อทดแทนสารเคมีสังเคราะห์ ลดปัญหาน้ำเสียและสารเคมีตกค้าง พร้อมผสานโปรแกรม Geometer’s Sketchpad (GSP) ออกแบบลายเรขาคณิตสะท้อนอัตลักษณ์พื้นถิ่น ทีมตั้งเป้าหมายปกป้องผู้ผลิตจากสารอันตราย 100% และลดการปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนตลอด 60 วัน โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างทดสอบประสิทธิภาพการลดสารเคมีและคุณภาพน้ำเสียเพื่อต่อยอดสู่มาตรฐานสินค้าชุมชน
รางวัลชนะเลิศระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เป็นของผลงาน “CaneConnect” โดยทีมนักเรียนโรงเรียนสันติวิทยาสรรพ์ จังหวัดเลย (น.ส.กัญญ์จิรา เพชรราชา, นายคุณากร กุตัน, น.ส.อรพิมล การะพงษ์ และนายอับดุลราซะ หอมแพงไว้) พัฒนาแอปพลิเคชันเชื่อมโยงเกษตรกรรายย่อยกับผู้ให้บริการรถม้วนใบอ้อย เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรแปลงติดกันรวมพื้นที่ใช้บริการร่วมกัน ช่วยลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าใบอ้อยทดแทนการเผาทิ้งอันเป็นต้นเหตุของฝุ่น PM2.5 โดยตั้งเป้าจับคู่บริการสำเร็จไม่น้อยกว่า 80% ลดการเผาใบอ้อย 100% ลดจุดความร้อนในพื้นที่ทดลองเกิน 50% และสร้างรายได้ให้เกษตรกร 10,000 บาทภายใน 2 เดือน ซึ่งปัจจุบันได้รับการสนับสนุนจากโรงงานน้ำตาล และอยู่ระหว่างปรับปรุงระบบให้ใช้งานง่ายขึ้นสำหรับเกษตรกรสูงอายุ
รางวัลชนะเลิศระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ได้แก่ ผลงาน “One Bottle Everywhere (แค่ขวดเดียว…ก็ช่วยทะเลได้)” จากโรงเรียนขจรเกียรติศึกษา จังหวัดภูเก็ต (ด.ช.จิรายุ เสงี่ยม และ ด.ช.วชิปรัช เทพณรงค์) รณรงค์เปลี่ยนพฤติกรรมลดขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งตามแนวชายฝั่ง ผ่านแนวคิด Reuse, Refill, Repeat เพื่อสกัดกั้นวงจรขยะพลาสติกและไมโครพลาสติกไม่ให้รั่วไหลลงสู่ทะเล แนวปะการัง และห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ ขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในมิติด้านการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน (SDG 12) และการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล (SDG 14)
รางวัลชนะเลิศระดับประถมศึกษา ตกเป็นของผลงาน “BIO COMPOST” จากโรงเรียนขจรเกียรติ จังหวัดภูเก็ต (ด.ญ.ชนิสรา ตันติวิวัฒนวงศา, ด.ช.ธนกร ศรีเทพ, ด.ญ.ชัญญภัทร ยืนตระกูล และ ด.ช.ชวกร กำเนิดรักษา) พัฒนาแนวคิดเครื่องหมักปุ๋ยอัตโนมัติเพื่อจัดการขยะเศษอาหารจากโรงแรมและร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยว นำปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้ไปปลูกพืช เช่น ต้นมะพร้าว แล้วนำผลผลิตมาแปรรูปเป็นขนมท้องถิ่นอย่าง “ขนมอังกู๋” จำหน่ายแก่นักท่องเที่ยว สร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ลดปัญหามลพิษทางทะเล พร้อมสร้างรายได้คืนสู่ชุมชนอย่างครบวงจร
นอกจากนี้ ยังมีรางวัลพิเศษ Central Pattana Brand Favorite สำหรับผลงานที่มีศักยภาพต่อยอดเชิงธุรกิจ ได้แก่ “Laut Calendar” โดยทีมนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่และปัตตานี (น.ส.ฟารีดา มาสาระกามา, นายมันเดร์ลา มอเล็ง, น.ส.มารีญัม สุบาการ๊ะ และ น.ส.อาตีราห์ ดาตู) จัดทำปฏิทินสัตว์ทะเลตามฤดูกาลในพื้นที่อ่าวปัตตานี เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวในการเลือกรับประทานสัตว์ทะเลอย่างยั่งยืน โดยวางเป้าหมายผลิตสื่อรณรงค์ 20 ชิ้น สร้างยอดชมกว่า 10,000 ครั้ง พร้อมจับมือร้านอาหารท้องถิ่นอย่างน้อย 2 แห่ง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคและการเข้าถึงสื่อเพื่อขยายผลระยะยาว
–AIS เปิดแคมเปญ “ให้ E-Waste ได้ตายดี” ดักทาง Fast Tech ยึดสยามรับ International E-Waste Day 2026







