นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.อยู่ระหว่างการเปิด รับฟังความคิดเห็นการประกาศให้ มีตัวแทนธนาคารพาณิชย์ (แบงก์ เอเยนต์) ได้ เพื่อให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลมีโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ได้สะดวกขึ้น รวมทั้งเป็นช่องทางการให้บริการใหม่ ที่มารองรับแนวโน้มธนาคารพาณิชย์ทยอยปิดสาขาได้ คาดว่าประกาศฉบับนี้จะออกมาได้ในไตรมาสแรกของปีนี้
สำหรับบริการที่แบงก์เอเยนต์ทำได้คงจะเป็นเรื่องการรับฝากเงิน ถอนเงิน การรับชำระเงินก่อน แต่คงไม่ครอบคลุมเรื่องการให้สินเชื่อ โดยที่ผ่านมาก็มีธนาคารออมสิน มีไปรษณีย์ไทยเป็นแบงก์เอเยนต์แล้ว แต่การออกประกาศฉบับนี้มาจะทำให้ธนาคารพาณิชย์มีแบงก์เอเยนต์ได้เช่นกัน ซึ่งร้านขายของชำ (โชห่วย) ในพื้นที่ร้านสะดวกซื้อ หรือกองทุนหมู่บ้าน ก็อาจมาสมัครเป็นแบงก์เอเยนต์ได้ หากเข้าเงื่อนไขที่ระบุไว้ ส่วนเงื่อนไขจะเป็นอย่างไร คงต้องรอรายละเอียดอีกครั้งจากประกาศที่เตรียมออกมา
“ต่อไปอาจมีรูปแบบบริการใหม่ เป็นจุดให้บริการไม่ใช่สาขาแบบเดิมๆ ซึ่งแบงก์เอเยนต์เป็นตัวอย่างหนึ่ง โดยเบื้องต้นธนาคารพาณิชย์ที่ต้องการจะมีแบงก์เอเยนต์ ก็คงต้องมาขออนุญาตจาก ธปท.ก่อน ส่วนผู้ที่สนใจจะรับหน้าที่เป็นแบงก์เอเยนต์ ก็คงต้องไปหารือกับธนาคารพาณิชย์ ต้องผ่านการคัดกรองระดับหนึ่งตามเงื่อนไขขั้นต่ำที่กำหนดไว้เพื่อให้รับมือได้หากเกิดปัญหาการบริการ” นายวิรไท กล่าว
ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวถึงกรณีธนาคารพาณิชย์บางแห่งมีแผนปิดสาขาจำนวนมากและลดจำนวนพนักงานว่า สาขาเป็นช่องทางที่มีต้นทุนสูง แต่ที่ผ่านมาประชาชนไม่รู้สึก เพราะใช้บริการที่สาขาแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายและค่าใช้จ่ายถูกผลักไปอยู่ในรูปการคิดค่าธรรมเนียมบริการประเภทใหม่ๆ ชดเชย เช่น บริการบนดิจิทัล ซึ่ง จริงๆ แล้วควรเป็นบริการที่ต้นทุนต่ำมาก ขณะที่ประชาชนใช้บริการธุรกรรมหน้าสาขาลดลง ทำผ่านดิจิทัลมากขึ้น ดังนั้นการลดจำนวนสาขาก็จะเป็นประโยชน์กับลูกค้า เพราะเมื่อธนาคารมีต้นทุนต่ำลงจากสาขาที่ลดลง ก็จะทำให้คิดค่าธรรมเนียมต่างๆ ได้ถูกลงเช่นกัน
ทั้งนี้ ธปท.ได้ให้แนวทางกับธนาคารไปแล้วว่า ให้ระวังการปิดสาขาในพื้นที่ห่างไกล เพื่อไม่ให้ไปกระทบการเข้าถึงบริการทางการเงินในพื้นที่เหล่านี้ รวมทั้งต้องมีมาตรการดูแลพนักงานที่เหมาะสม อบรมเพิ่มทักษะการทำงาน โดยเชื่อว่าธนาคารก็คงเลือกปิดสาขาที่มีผู้ใช้บริการน้อยก่อน



