นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS กล่าวว่า AIS ได้นำเทคโนโลยี 5G และ Virtual Reality (VR) มาต่อยอดสร้างประสบการณ์ในการเข้าถึงสินค้าและบริการ โดยเชื่อมต่อห้างสรรพสินค้าและแพลตฟอร์มออนไลน์เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมค้าปลีก ช่วยกระตุ้นและพลิกฟื้นการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในสถานการณ์โควิด19 โดยได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ภาคอุตสาหกรรมค้าปลีก เช่น บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, บริษัท ซิตี้มอลล์ กรุ๊ป จำกัด (ดิ เอ็มโพเรียม), บริษัท ทีวีไดเร็ค จำกัด(มหาชน) และกลุ่มแบรนด์ไลฟ์สไตล์รีเทล เช่น Loft ,Jung Saem Mool ,ALAND ร่วมปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมค้าปลีก และยกระดับค้าปลีกออนไลน์ของไทย ในรูปแบบศูนย์การค้าชั้นนำและร้านค้า SME บนโลกเสมือนจริงแห่งแรกของโลก บนแพลตฟอร์ม www.v-avenue.co ที่ภาคเอกชนได้ผนึกกำลังพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มทางเลือกในการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการ และสร้างประสบการณ์ในการช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังเผชิญกับวิกฤตโควิด19 ซึ่งผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างอิสระเสมือนอยู่ในห้างและถนนแห่งการช้อปปิ้งจริง สอดรับพฤติกรรมการช้อปยุคnew normal ได้คลิกซื้ออย่างปลอดภัย ไม่ต้องเดินทาง

ปัจจุบันนอกเหนือจากสินค้าจากศูนย์การค้าพันธมิตรแล้ว ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและผู้ค้ารายย่อยที่มีความพร้อม สามารถนำสินค้ามาจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม โดยเข้ามาสมัครได้ในเว็บไซต์ www.v-avenue.co โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งขณะนี้มีร้านค้าเอสเอ็มอีบนแพลตฟอร์มนี้กว่า 210 ราย และจะเปิดรองรับให้ได้มากที่สุด พร้อมคาดหวังจำนวนผู้ใช้งานไม่น้อยกว่า 1 ล้านคนในระยะแรก
ในอนาคตมีแผนสร้างและพัฒนาฟีเจอร์ ให้ตอบโจทย์การช้อปปิ้งออนไลน์มากขึ้น เช่น พนักงานขาย LIVE(สด) พูดคุยแนะนำลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้าได้ หรือ การเปิดพื้นที่ลานหน้าห้าง V Avenue ให้ผู้ประกอบการทุกขนาด เข้ามาใช้แพลตฟอร์มสร้างอีเวนต์ในรูปแบบ Virtual Expo จัดแสดงสินค้า จัดแสดงคอนเสิร์ต หรือจัดแสดงแฟชั่นโชว์ เพื่อต่อยอดเป็น Business Model ใหม่แห่งวงการ Market Place



