ไปรษณีย์ไทย เดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายปี 2568 โดยใช้บริการ EMS ส่งด่วนผลไม้ เป็นหัวใจสำคัญในการกระจายผลผลิตสดใหม่จากสวนสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศอย่างรวดเร็วและปลอดภัย พร้อมเผยข้อมูลเชิงลึกถึงพื้นที่ที่ใช้บริการสูงสุด โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ที่มียอดใช้บริการรวมกันกว่า 100,000 ตันตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นของเกษตรกรที่มีต่อบริการของไปรษณีย์ไทย
ดร. ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า บริการ EMS ส่งด่วนผลไม้ เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยผลักดันสินค้าเกษตรให้เข้าถึงตลาดและแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ง่ายขึ้น โดยในปี 2568 พบว่าปริมาณการส่งผลไม้ผ่านบริการดังกล่าวเติบโตขึ้นเกือบ 30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงการเติบโตของเศรษฐกิจฐานราก
ดร. ดนันท์ ยังเปิดเผยถึง TOP 3 จังหวัดของแต่ละภาคที่มีปริมาณการส่งผลไม้ผ่าน EMS มากที่สุด ได้แก่:
- ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง ซึ่งโดดเด่นในการส่งลำไยและมะม่วง
- ภาคตะวันออก: จังหวัดจันทบุรี ระยอง และตราด ซึ่งยังคงครองแชมป์การส่งทุเรียนและมังคุด
- ภาคกลาง: จังหวัดนครปฐม ราชบุรี และนนทบุรี ที่เน้นการส่งมะพร้าวน้ำหอมและกล้วยหอมทอง
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนเกษตรกรอย่างเต็มที่ ไปรษณีย์ไทยยังได้ดำเนินมาตรการพิเศษในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียมบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เปิดช่องทางพิเศษเพื่อรองรับผลผลิตตามฤดูกาล และการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการกระจายสินค้า เช่น:
- สภาเกษตรกรแห่งชาติ: จัดโปรโมชัน EMS ส่งด่วนผลไม้ ส่ง 3 กก. ในราคาเพียง 45 บาท
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.): ออกโปรโมชัน EMS ส่งด่วนผลไม้ ส่ง 3 กก. ในราคา 48 บาท
- กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์: สนับสนุนกล่องผลไม้และตะกร้าเพื่อลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ให้แก่เกษตรกร
การสนับสนุนในทุกมิติเหล่านี้ช่วยให้เกษตรกรสามารถส่งผลผลิตเข้าสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่องและมั่นใจในช่วงปลายปีนี้ สร้างความแข็งแกร่งให้โครงสร้างการผลิตและการกระจายผลไม้ของประเทศได้อย่างแท้จริง
–LINE MAN RIDE ขานรับนโยบายภาครัฐ หนุนคนขับทำใบขับขี่สาธารณะ-จดทะเบียนรถถูกกฎหมาย







