นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการ บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 มุ่งเป้าทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งใหญ่ในรอบ 8 ปี สู่การเป็นผู้พัฒนา “Industrial City” หรือเมืองอุตสาหกรรมครบวงจร เพื่อตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลกที่กลุ่มนักลงทุนกำลังมองหาฐานการผลิตใหม่ที่มีเสถียรภาพ ท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า และปัญหาห่วงโซ่อุปทานในตะวันออกกลาง
โดยในปี 2569 อมตะเตรียมงบลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมใน 3 ประเทศยุทธศาสตร์ (ไทย-เวียดนาม-ลาว) รองรับดีมานด์จากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและดิจิทัล พร้อมตั้งเป้ายอดขายที่ดินรวม 2,800 ไร่ แบ่งเป็น:
• ไทย (1,650 ไร่): เน้นดึงดูดอุตสาหกรรม New S-Curve ในพื้นที่ EEC
• ลาว (600 ไร่): พัฒนาเป็นประตูโลจิสติกส์ทางบกเชื่อมโยงภูมิภาค
• เวียดนาม (550 ไร่): รองรับการย้ายฐานผลิตกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จากจีน
สำหรับการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งนี้ อมตะได้ดึงผู้บริหารมืออาชีพทั้งไทยและต่างประเทศเข้ามาเสริมทัพ โดยยึด 3 แกนหลัก คือ Agility เพิ่มความรวดเร็วในการตัดสินใจ, Governance ยกระดับธรรมาภิบาล และ Scale Up เพื่อรองรับเมกะโปรเจ็กต์ระดับสากล เปลี่ยนภาพลักษณ์จากเพียงผู้ขายที่ดิน สู่การสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่สมบูรณ์ ทั้งระบบสาธารณูปโภค พลังงานสะอาด และศูนย์บริการราชการเบ็ดเสร็จ
นอกจากมิติทางเศรษฐกิจ นายวิกรมยังให้ความสำคัญกับ Climate Change โดยตั้งเป้ามุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2583 และวางแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยพื้นที่ลง 30% ภายในปี 2569 เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้ปรัชญา “All Win” ระหว่างภาคธุรกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบัน โครงการของอมตะเป็นฐานการผลิตสำคัญของนักลงทุนกว่า 30 สัญชาติ รวมถึงบริษัทในกลุ่ม Fortune Global 500 โดยมีโรงงานและธุรกิจรวมกว่า 1,600 แห่ง และสร้างการจ้างงานรวมกว่า 350,000 คน







