โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ประกาศทิศทางธุรกิจระยะยาวในโอกาสครบรอบ 5 ปี เผยความสำเร็จครึ่งทศวรรษด้วยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ทำรายได้ 337 ล้านบาท เติบโตขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (ปี 2568 ทำได้ 283 ล้านบาท) สะท้อนความแข็งแกร่งท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน พร้อมเดินหน้ายกระดับสู่การเป็น “Integrated Specialty Hospital” หรือโรงพยาบาลเฉพาะทางแบบบูรณาการ ชูกลยุทธ์ 3E และโมเดล “Multidisciplinary Care” ดึงทีมแพทย์สหสาขาดูแล 5 กลุ่มโรคยากและซับซ้อนที่สังคมไทยกำลังเผชิญ ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ที่ 1,500 ล้านบาท คาดเติบโต 15% จากปีก่อน
กลยุทธ์ 3E (Expertise-Experience-Expansion) จะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนระบบบริการสุขภาพที่เชื่อมโยงตั้งแต่การป้องกัน การวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงการฟื้นฟู เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นการดูแลสุขภาพเชิงรุกและมองการวางแผนสุขภาพในระยะยาว
เจาะกลยุทธ์ 3E และแนวทางยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน
รพ.วิมุต ได้วางทิศทางธุรกิจชัดเจนด้วยแนวทาง Selective Growth หรือเลือกตลาดโต ผ่านกลยุทธ์ 3E และ 3 แนวทางสำคัญ ดังนี้
- Expertise (ความเชี่ยวชาญ): ยกระดับศักยภาพทางการแพทย์ผ่านการทำงานร่วมกันของทีมแพทย์สหสาขาและการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อรองรับโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น
- Experience (ประสบการณ์): ยกระดับสู่การให้บริการแบบ Integrated Healthcare ออกแบบเส้นทางการรักษาที่เชื่อมต่อกัน โดยมี ViMUT Application และแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นศูนย์กลาง
- Expansion (การขยายเติบโต): ขยายฐานลูกค้าองค์กรและกลุ่มประกันในรัศมี 35 กิโลเมตร โดยเฉพาะพื้นที่พหลโยธิน พร้อมต่อยอดความร่วมมือกับพฤกษา เรียลเอสเตท ที่มีฐานลูกบ้านกว่า 270,000 ครัวเรือน
- การเติบโตในกลุ่มเฉพาะ: มุ่งขยายฐานผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดเมียนมาและเอเชียใต้ที่เติบโตสูงถึง 141% และ 70% ตามลำดับ ตลอดจนกลุ่มประกันภัยที่เติบโต 8% ลูกค้าองค์กรเติบโต 12% และบริการสุขภาพผู้หญิงที่เติบโต 12%
ขับเคลื่อนโมเดล Multidisciplinary Care ชูความเชี่ยวชาญ 5 กลุ่มโรคหลัก
การเปลี่ยนผ่านสู่ Integrated Specialty Hospital เน้นการรักษาด้วยทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ เนื่องจากโรคซับซ้อนมักมีความเกี่ยวเนื่องและมีภาวะแทรกซ้อนร่วมกัน โดย รพ.วิมุต มุ่งพัฒนาศักยภาพการรักษาผ่าน 5 กลุ่มโรคหลักที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ ได้แก่
- กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ: มุ่งเน้นการตรวจคัดกรองเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยงจากปัญหาฝุ่น PM2.5 และการสูบบุหรี่ ยกระดับการวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยี Low-dose CT Scan, การตรวจหลอดลมด้วยกล้อง (Bronchoscopy) และ EBUS (Endobronchial Ultrasound) เพื่อลดความจำเป็นในการผ่าตัดใหญ่
- โรคหัวใจและหลอดเลือด: เน้นการประเมินความเสี่ยงและตรวจคัดกรองเชิงรุก พร้อมนำเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง TAVI (การเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวน) และ MICS (การผ่าตัดหัวใจแผลเล็ก) เข้ามาช่วยให้แผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวได้ไวขึ้น
- กลุ่มโรคกระดูกและข้อ: รองรับปัญหาข้อเสื่อม ปวดหลัง ปวดเข่า ในกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ ด้วยเทคนิคผ่าตัดส่องกล้องและ Minimally Invasive Surgery ครอบคลุมทุกข้อต่อของร่างกาย ช่วยลดระยะเวลาพักฟื้นและลดโอกาสติดเชื้อ
- โรคระบบทางเดินอาหารและตับ: มุ่งเน้นการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ผ่านการทำ Colonoscopy ในกลุ่มอายุ 45 ปีขึ้นไป พร้อมนำเทคโนโลยี Anorectal Manometry และ Biofeedback Therapy เข้ามาช่วยวินิจฉัยและฟื้นฟูปัญหาระบบขับถ่าย
- สุขภาพเต้านม: มะเร็งเต้านมถือเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิงไทย โดยสถิติจาก GLOBOCAN ระบุว่าไทยพบผู้ป่วยรายใหม่ราว 21,600 ราย และเสียชีวิตราว 7,600 รายต่อปี รพ.วิมุต จึงเน้นการดูแลแบบ Personalized ตั้งแต่การคัดกรองไปจนถึงการผ่าตัดด้วยเทคนิคสงวนเต้านม เพื่อลดผลกระทบต่อสภาพจิตใจ
นอกจากนี้ ในโอกาสฉลองครบรอบ 5 ปี รพ.วิมุต ได้เปิดตัวแคมเปญ The Mega Health Deal ภายใต้แนวคิด “ตรวจวันนี้ คุ้มค่ากว่าที่เคย” นำเสนอแพ็กเกจตรวจสุขภาพราคาพิเศษเริ่มต้น 1,500 บาท และแพ็กเกจหลัก 5,500 บาท ที่สามารถเลือกรับสิทธิ์ตรวจเพิ่มเติมได้ เช่น อัลตราซาวนด์ช่องท้อง, ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่อง 3D ดิจิทัลแมมโมแกรม, ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก หรือตรวจสมรรถภาพหัวใจ EST รวมถึงแพ็กเกจตรวจเชิงลึกระบบทางเดินอาหารและตับ เริ่มต้น 19,500 บาท โดยแคมเปญเริ่มตั้งแต่วันนี้ถึง 31 กรกฎาคม 2569
–เตือนวัยทำงานใช้ชีวิตพังเสี่ยง ‘กรดไหลย้อน-โรคกระเพาะ’ เรื้อรัง อาจลุกลามเป็นมะเร็งทางเดินอาหาร







