วีซ่า เปิดเผยผลการศึกษาล่าสุดภายใต้ชื่อ “ถอดรหัสพฤติกรรม Gen Z ปี 2568 โดย วีซ่า” (Visa Gen Z Decoded 2025) ซึ่งชี้ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของคน Gen Z ในประเทศไทย ในฐานะผู้กำหนดทิศทางทั้งด้านการค้า วัฒนธรรม และเทคโนโลยี
จากข้อมูลพบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากร Gen Z มากกว่า 11.6 ล้านคน หรือคิดเป็น 18% ของประชากรทั้งหมด โดยเกือบครึ่งหนึ่ง (49%) มีงานทำแล้ว และ 12% แต่งงานแล้ว ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ที่ยังคงยึดมั่นในความเป็นตัวของตัวเองและมีความคิดเชิงบวก
อังศุมาลิน ฟอร์ดแฮม หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์และบริการเสริม วีซ่า ประเทศไทย กล่าวว่า “วีซ่าตระหนักถึงอิทธิพลของ Gen Z ในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและบรรทัดฐานทางสังคม ทั้งในด้านการใช้จ่าย การออม การชอปปิง และการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ การศึกษาครั้งนี้ไม่เพียงช่วยให้เราเข้าใจคนกลุ่มนี้ดียิ่งขึ้น แต่ยังเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับภาคธุรกิจในการพัฒนาโซลูชันทางการเงินและประสบการณ์ดิจิทัลที่ตรงใจ Gen Z”
อิสรภาพทางการเงิน: เป้าหมายที่จับต้องได้ของ Gen Z
อิสรภาพทางการเงินถือเป็นเป้าหมายสำคัญของคน Gen Z โดย 60% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่าเป็นหนึ่งในเป้าหมายชีวิตที่สำคัญ ขณะที่ 31% พยายามออมเงินเมื่อมีโอกาส แม้ไม่มีแผนการเก็บออมที่ชัดเจน แต่ที่น่าสนใจคือ กว่า 57% ได้เริ่มตั้งเป้าหมายทางการเงินและวางแผนอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว นอกจากนี้ 59% กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ความรู้ด้านการเงินผ่านคอร์สหรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ และกว่า 81% กำลังสร้างความมั่งคั่งผ่านงานประจำ งานเสริม หรือการลงทุน
ในการบริหารจัดการเงิน Gen Z ยังคงรับฟังคำแนะนำจากครอบครัว แต่ก็เลือกใช้เครื่องมือดิจิทัลที่ช่วยให้การจัดการเงินง่ายและสนุกขึ้น เช่น การออมเงินในรูปแบบเกม (Gamified savings) โปรแกรมอัจฉริยะช่วยวางแผนทางการเงิน (Robo-advisor) และแพลตฟอร์มภาพหรือวิดีโอ (Visual platforms) บนมือถือ วีซ่าและพันธมิตรจึงเข้ามามีบทบาทในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินที่สื่อสารในภาษาที่ Gen Z เข้าใจ พร้อมให้คำแนะนำด้านการเงินที่ปลอดภัย ทางเลือกการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ และสร้างประสบการณ์ทางการเงินที่สนุกสนานผ่านเครื่องมือจัดการเงินแบบ Interactive และ Gamification
“Passion” ขับเคลื่อนตัวตนและสร้างรายได้
ความหลงใหลในสิ่งต่าง ๆ หรือ “Passion” ไม่ได้เป็นเพียงแค่งานอดิเรก แต่เป็นสิ่งสำคัญที่ส่งเสริมไลฟ์สไตล์ อัตลักษณ์ และการเติบโตของ Gen Z กิจกรรมยอดนิยม เช่น การทำอาหาร เล่นกีฬา คาเฟ่ฮอปปิ้ง หรือท่องเที่ยว ไม่เพียงให้ความเพลิดเพลิน แต่ยังเป็นวิธีในการชาร์จพลังและเชื่อมโยงกับผู้คน โดย 31% เลือกทำกิจกรรมเหล่านี้เพื่อเสริมสร้างทักษะและพัฒนาตนเอง ขณะที่ 28% มองว่าเป็นวิธีในการแสดงตัวตน
ท่ามกลางสถานการณ์การฟื้นตัวหลังโควิดและแรงกดดันทางเศรษฐกิจ Passion ยังช่วยให้ Gen Z จัดการกับความเครียดและรักษาสมดุลในชีวิตได้ สำหรับบางคน Passion ได้กลายเป็นช่องทางในการสร้างรายได้ โดย 31% มีรายได้หลักจากกิจกรรมเหล่านี้ในรูปแบบงานประจำ งานอิสระ หรืออาชีพเสริม และ 22% เป็นนักเรียนนักศึกษาที่หารายได้เสริมจากกิจกรรมที่ตนสนใจ การสร้างรายได้จาก Passion ได้รับแรงบันดาลใจจาก KOL (Key Opinion Leader) และการยอมรับวัฒนธรรมความหลากหลาย ทำให้ Gen Z มั่นใจที่จะแสดงออกถึงคุณค่าที่ตนยึดมั่นอย่างภาคภูมิใจ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนทักษะพิเศษให้เป็นอาชีพ หรือการสนับสนุนประเด็นทางสังคม
โซเชียลมีเดีย: “ความจริงใจ” สำคัญกว่า “ความสมบูรณ์แบบ”
โซเชียลมีเดียเป็นมากกว่าความบันเทิงสำหรับ Gen Z แต่เป็นจุดกำเนิดของเทรนด์ใหม่ ๆ และเป็นพื้นที่ที่สร้างความไว้วางใจ แพลตฟอร์มยอดนิยมในหมู่ Gen Z ไทย ได้แก่ YouTube, TikTok และ Facebook โดย 58% เชื่อคำแนะนำจากครีเอเตอร์ที่ติดตาม และครึ่งหนึ่งมีทัศนคติเชิงบวกต่อแบรนด์ที่ปรากฏบนแพลตฟอร์มดังกล่าว Gen Z ให้คุณค่ากับ “ความจริงใจ” มากกว่า “ความสมบูรณ์แบบ” พวกเขาชื่นชอบเนื้อหาที่จริงใจ เข้าถึงง่าย มากกว่าภาพลักษณ์ที่ตกแต่งอย่างประณีต เพื่อดึงดูดความสนใจและสร้าง Loyalty แบรนด์ควรเน้นการสื่อสารแบบสองทาง ใช้การเล่าเรื่องแบบสั้นกระชับและเน้นภาพเป็นหลัก แสดงออกอย่างจริงใจและใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากขึ้น
ใช้ชีวิตให้สุดและวางแผนเพื่ออนาคต
แม้ Gen Z จะให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตในปัจจุบัน แต่พวกเขาก็ไม่ละเลยการวางแผนเพื่ออนาคต เป้าหมายสำคัญในช่วง 1–5 ปีข้างหน้าของคนรุ่นนี้ ได้แก่ การดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี การมีอิสรภาพทางการเงิน ความสำเร็จในหน้าที่การงาน การไม่หยุดหาความรู้ และการใช้เวลาว่างอย่างมีความสุข Gen Z มองว่าความสำเร็จจะต้องมาพร้อมความสมดุลระหว่างความมุ่งมั่นและความสุข แบรนด์ที่เข้าใจและตอบโจทย์มุมมองนี้ได้ จะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับคนรุ่นนี้ได้อย่างแท้จริง
การศึกษา “ถอดรหัสพฤติกรรม Gen Z ปี 2568 โดย วีซ่า” จัดทำขึ้นระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน 2567 ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่าง Gen Z จำนวน 560 ราย ใน 14 ประเทศทั่วเอเชียแปซิฟิก อายุระหว่าง 14-27 ปี ซึ่งคิดเป็น 27% ของประชากรวัยทำงานในภูมิภาคนี้ การศึกษานี้เจาะลึกถึงค่านิยม พฤติกรรม และพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนรุ่นใหม่ เพื่อช่วยให้วีซ่าและพันธมิตรสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ แคมเปญ และประสบการณ์การชำระเงินที่ตอบโจทย์คนรุ่นนี้ได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น
อังศุมาลิน กล่าวปิดท้ายว่า “เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับ Gen Z อย่างมีประสิทธิภาพ ภาคธุรกิจจำเป็นต้องใช้เครื่องมือดิจิทัลเป็นอันดับแรก สร้างความเชื่อมั่นผ่านคอนเทนต์บนโซเชียลที่จริงใจ เชื่อมโยงกับความสนใจหลักของพวกเขา เช่น ดนตรี เกม อาหาร และครอบครัว หากธุรกิจปรับตัวให้เข้าใจค่านิยมและเป้าหมายชีวิตของคนรุ่นนี้ได้ ก็จะช่วยให้แบรนด์สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับ Gen Z ซึ่งจะได้ Brand Loyalty จากกลุ่มที่กำลังจะเป็นผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต ขณะเดียวกันก็ช่วยเสริมให้พวกเขาเติบโตอย่างมั่นคง”
–ถอดรหัส “4Cs” กลยุทธ์จาก LINE ประเทศไทย: สร้างภาพจำแบรนด์ มัดใจลูกค้ายุคดิจิทัล







