วีซ่า (Visa) เผยข้อมูลอินไซต์การใช้จ่ายของลูกค้ากลุ่มพรีเมียมในไทย พบแนวโน้มใช้จ่ายเติบโตต่อเนื่อง พร้อมปรับเปลี่ยนนิยามความหรูหราที่มุ่งเน้น “ประสบการณ์” มากกว่าวัตถุ
เจาะลึกเทรนด์ “เศรษฐี” ยุคใหม่ นิยามความหรูหราเปลี่ยนไป
ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางความมั่งคั่งของโลก โดยคาดการณ์ว่าจะมีกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (HNWIs) รายใหม่เพิ่มขึ้นถึง 47.5% ในช่วงปี 2568-2571 สิ่งที่น่าสนใจคือ นิยามของคำว่า “ความหรูหรา” สำหรับผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่สินค้าแบรนด์เนม แต่หมายรวมถึงประสบการณ์อันทรงคุณค่าที่ช่วยเติมเต็มชีวิต
ข้อมูลจากวีซ่าชี้ว่า 65% ของกลุ่ม HNWIs ในเอเชียแปซิฟิก และเกือบ 90% ของกลุ่ม Gen Z ที่มีความมั่งคั่งสูง ถือบัตร Visa Infinite หรือบัตรระดับพรีเมียมเทียบเท่า โดยมีปัจจัยหลักในการเลือกใช้บัตรคือ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว (36%) ตามมาด้วยสิทธิประโยชน์ที่ได้รับ (27%) และเครดิตเงินคืน (24%)
อังศุมาลิน ฟอร์ดแฮม หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์และบริการเสริม วีซ่า ประเทศไทย กล่าวว่า “ทุกวันนี้คำว่า ‘ประสบการณ์ระดับพรีเมียม’ ได้เปลี่ยนจากสิ่งที่จับต้องได้ ไปสู่ประสบการณ์ที่ราบรื่นและมีความหมายในทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือขณะเดินทาง สิทธิประโยชน์ใหม่ของบัตร Visa Signature และ Visa Infinite จึงถูกอัปเกรดเพื่อมอบความคุ้มครองและความสะดวกสบายที่เหนือกว่า เช่น ประกันภัยการเดินทาง และบริการเลขาส่วนตัว (Visa Concierge) ตลอด 24 ชั่วโมง”
พฤติกรรมการใช้จ่ายคนไทยกลุ่มพรีเมียม สะท้อนไลฟ์สไตล์ชัดเจน
ข้อมูลการใช้จ่ายของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงในไทยเผยให้เห็นการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเมื่อเทียบข้อมูลในช่วงสามเดือนแรกของปี 2567 และ 2568 พบว่ามูลค่าการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในเดือนมกราคม 10.2%, กุมภาพันธ์ 13.4% และมีนาคมสูงถึง 17.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
การใช้จ่ายในประเทศ: กลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงยังคงให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน โดย 5 อันดับหมวดหมู่ที่มียอดทำธุรกรรมสูงสุดคือ การเดินทาง, อาหารและของใช้, อาหารจานด่วน, การทานอาหารที่ร้าน และค่าน้ำมัน แต่เมื่อเป็นการใช้จ่ายมูลค่าสูง จะเน้นไปที่ความคุ้มค่าระยะยาว เช่น การซื้อประกัน, บริการวิชาชีพ, การศึกษา และการเดินทาง
การใช้จ่ายในต่างประเทศ: พฤติกรรมการใช้จ่ายในต่างแดนสะท้อนความต้องการ “ประสบการณ์” อย่างชัดเจน โดยมีจุดหมายปลายทางยอดนิยมคือ ญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ และฝรั่งเศส
- หมวดที่ทำธุรกรรมสูงสุด: คือ การรับประทานอาหารที่ร้าน ตามด้วยการช็อปปิง และอาหารจานด่วน ที่น่าสนใจคือค่าใช้จ่ายด้าน “ความบันเทิง” ติดอันดับที่ 10 สะท้อนถึงความต้องการหากิจกรรมและประสบการณ์ทางวัฒนธรรม เช่น การจองบัตรคอนเสิร์ต หรือเข้าชมการแสดงต่างๆ
- หมวดที่มียอดใช้จ่ายเฉลี่ยสูงสุด: คือ ประกันภัย, การดูแลสุขภาพ, ยานยนต์, เสื้อผ้าและเครื่องประดับ และการเช่ายานพาหนะ ซึ่งแสดงถึงการวางแผนอย่างรอบคอบที่มาพร้อมกับความอุ่นใจในการเดินทาง
Visa Infinite: อัปเกรดสิทธิประโยชน์ใหม่ ตอบโจทย์ทุกมิติ
เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป วีซ่าได้ยกระดับสิทธิประโยชน์บนบัตร Visa Infinite ให้พิเศษยิ่งขึ้น ดังนี้
- ด้านการเดินทางและที่พัก:
- ส่วนลดสูงสุด 30% สำหรับการจองที่พักผ่าน Agoda และ 20% สำหรับโรงแรมในเครือ IHG และ Accor
- เข้าถึงโรงแรมหรูกว่า 1,000 แห่งผ่าน Visa Luxury Hotel Collection
- รับสถานะสมาชิก Titanium จาก GHA Discovery โดยอัตโนมัติ
- ส่วนลด 20% ที่ร้านอาหารและเครื่องดื่มในสนามบินหลัก 7 แห่ง (ฮ่องกง, สิงคโปร์, กรุงเทพฯ, เพิร์ธ, เมลเบิร์น, ซิดนีย์, อินชอน)
- เข้าใช้บริการ Global Blue VIP Lounge ในยุโรป (ปารีส, มิลาน, บาร์เซโลนา ฯลฯ) พร้อมสิทธิ์ Fast-Track ที่สนามบินในมิลานและโรม
- ด้านไลฟ์สไตล์:
- ส่วนลด 10% ที่ Lotte Duty Free
- รับสมาชิก Harrods Gold Tier ฟรี พร้อมส่วนลด 10% สำหรับการรับประทานอาหาร
- ด้านความคุ้มครอง:
- ฟรีประกันภัยการเดินทางคุ้มครองสูงสุด 2 ล้านบาท (ใช้ยื่นขอวีซ่าเชงเก้นได้)
- คุ้มครองการซื้อสินค้าระหว่างเดินทางสูงสุด 150,000 บาทต่อรายการ ในกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือถูกโจรกรรม
- คุ้มครองการซื้อสินค้าออนไลน์ (eCommerce purchase protection) สูงสุด 1,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี
- ขยายระยะเวลารับประกันสินค้าเพิ่มอีก 1 ปีสำหรับสินค้าที่เข้าเกณฑ์







