วงการรถยนต์ใช้แล้วส่งสัญญาณเตือนผู้บริโภคที่กำลังวางแผนซื้อรถ ให้เตรียมรับมือกับแนวโน้ม “ราคารถมือสอง” ที่คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญราว 10-15% ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจจะยังคงซบเซา โดยข้อมูลเชิงลึกนี้เปิดเผยในงานเสวนา “เทรนด์รถมือสอง 2568” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานแถลงข่าว “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025”
นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงานฯ พร้อมด้วยผู้ประกอบการชั้นนำ ได้ร่วมกันวิเคราะห์ถึงปัจจัยสำคัญที่กำลังจะผลักดันให้ราคารถยนต์ใช้แล้วดีดตัวสูงขึ้น สวนทางกับสภาวะกำลังซื้อที่ถดถอย
ทำไมราคารถมือสองถึงเตรียมปรับขึ้นสวนกระแส?
แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่ความต้องการรถยนต์ส่วนตัวยังคงมีอยู่ ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ราคารถมือสองมีแนวโน้มสูงขึ้นมาจาก “ความไม่สมดุลของอุปทานและอุปสงค์” ดังนี้
- รถคุณภาพดีมีจำกัด แต่ความต้องการสูง (Limited Supply, High Demand)
- ผู้เชี่ยวชาญในวงการชี้ชัดว่า รถยนต์มือสองที่สภาพดี เลขไมล์น้อย และมีคุณภาพสูง เริ่มหาได้ยากและมีจำนวนจำกัดในตลาด
- รถเกรด A ที่เข้าสู่ลานประมูลมักถูกจำหน่ายออกไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นที่ต้องการของผู้ประกอบการและผู้ซื้อ
- ในทางกลับกัน รถที่ค้างอยู่ในลานประมูลจำนวนมากมักเป็นรถที่คุณภาพไม่ผ่านเกณฑ์ ทำให้เกิดภาวะ “รถดีขาดตลาด”
- เศรษฐกิจชะลอตัวดันคนหันหา “รถยนต์ใช้แล้ว” (Economic Downturn Boosts Used Car Demand)
- ในภาวะที่กำลังซื้อถดถอยและสถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อรถใหม่ป้ายแดง ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากหันมามอง “รถยนต์ใช้แล้ว” เป็นทางเลือกที่คุ้มค่า
- รถมือสองมีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า และมีรุ่นรถให้เลือกหลากหลายในงบประมาณที่จำกัด ทำให้กลายเป็นสินค้าทดแทนที่ตอบโจทย์ความต้องการในยุคนี้
รถกลุ่มไหนที่ราคามีแนวโน้มปรับขึ้นมากที่สุด?
จากการวิเคราะห์ตลาด พบว่ารถยนต์ใช้แล้วบางกลุ่มได้รับความนิยมเป็นพิเศษและมีแนวโน้มที่ราคาจะปรับขึ้นอย่างชัดเจน ได้แก่:
- กลุ่มรถไฮบริด (Hybrid): ด้วยกระแสความนิยมรถประหยัดพลังงาน ทำให้รถไฮบริดมือสองสภาพดีเป็นที่ต้องการสูงและมีราคาดี
- กลุ่มรถยุโรปสภาพดี: เป็นกลุ่มที่หาได้ค่อนข้างยากในตลาดมือสอง ทำให้รถที่มีสภาพสมบูรณ์มีราคาสูงขึ้นตามความต้องการ
- กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มือสอง: ยังคงชะลอตัวและยังไม่เป็นที่นิยมในตลาด เนื่องจากความกังวลเรื่องการรับประกัน, การปรับลดราคาของรถใหม่ และการขอสินเชื่อที่ยากกว่าปกติ (อาจต้องวางเงินดาวน์สูงถึง 30-40%)
คำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนซื้อรถมือสอง
จากแนวโน้มดังกล่าว ผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อรถยนต์ใช้แล้วควรดำเนินการดังนี้
- ตัดสินใจซื้อในช่วงนี้อาจคุ้มค่าที่สุด: เนื่องจากราคารถมือสองในปัจจุบันได้ปรับฐานลงมาจนค่อนข้างคงที่แล้ว การตัดสินใจซื้อก่อนที่ราคาจะดีดตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังจึงอาจเป็นจังหวะที่ดีที่สุด
- มองหาผู้ประกอบการที่น่าเชื่อถือ: เลือกซื้อรถจากผู้จำหน่ายที่มีมาตรฐาน มีการรับประกันคุณภาพที่ชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจ โดยงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 2-6 กรกฎาคมนี้ ณ ไบเทค บางนา ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเป็นงานเดียวที่ “รับประกันไมล์แท้” และรับประกันการซื้อคืน 100% หากรถมีปัญหาตามเงื่อนไขที่กำหนด
- ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์: ค้นหาข้อมูล เปรียบเทียบราคา และตรวจสอบประวัติรถผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อให้ได้รถยนต์คุณภาพดีในราคาที่เหมาะสม
สถานการณ์ตลาดรถยนต์ใช้แล้วกำลังจะเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ การปรับขึ้นของราคาที่สวนทางกับเศรษฐกิจถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า “รถดีมีน้อย” และความต้องการยังคงแข็งแกร่ง ดังนั้น ผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์คุณภาพดีในราคาที่คุ้มค่า อาจต้องเร่งตัดสินใจก่อนที่ราคาจะปรับตัวสูงขึ้นไปมากกว่านี้



