บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2568 (1H/68) สวนกระแสความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 146 ล้านบาท เติบโตขึ้น 38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) ที่ 110 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 712 ล้านบาท ขยายตัว 0.5% YoY
แม้จะมีการปรับโครงสร้างองค์กรตั้งแต่ต้นปี 2568 ทำให้รายได้จากกลุ่มพนักงาน (Secondment) ที่ย้ายไปบริษัทร่วมทุนลดลง แต่หากพิจารณาเฉพาะรายได้จากบริการที่มอบให้ลูกค้าภายนอกยังคงเติบโตสูงถึง 14% YoY
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2568 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 79% YoY และ 2% QoQ คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 20% สูงขึ้นจาก 13% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 8% YoY และ 5% QoQ มาอยู่ที่ 365 ล้านบาท
มั่นใจครึ่งปีหลังเติบโตแข็งแกร่ง หนุนจากดีมานด์การลงทุนด้านเทคโนโลยี
พชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BBIK เผยว่า ปัจจัยที่ทำให้บริษัทยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจมาจากบริการ Digital Transformation ที่ครบวงจร ซึ่งสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างแท้จริง รวมถึงการรุกขยายตลาดสู่กลุ่มลูกค้าขนาดกลางและภาครัฐมากขึ้น
ซีอีโอ บลูบิค มองว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัว แต่ความชัดเจนด้านนโยบายการค้าและการลงทุน จะเป็นปัจจัยหนุนให้ภาคธุรกิจกลับมาลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยคาดว่าการทำ Digital Transformation จะกลับมาดำเนินการตามปกติ ส่งผลให้บริษัทเชื่อมั่นว่าผลประกอบการในครึ่งปีหลังจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
นอกจากนี้ บลูบิคยังมีการเติบโตของมูลค่างาน แบ็คล็อค ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 ที่กลับมาอยู่ที่ 1,082 ล้านบาท โดยคาดว่าจะรับรู้รายได้ในปีนี้มากกว่า 755 ล้านบาท ซึ่งมาจากบริษัทแม่และบริษัทย่อย 505 ล้านบาท และจากกิจการร่วมทุน 250 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้จนถึงปี 2572
Gartner คาดตลาดไอทีไทยโต 7.9% สอดรับทิศทางธุรกิจบลูบิค
ข้อมูลจาก Gartner Inc. ชี้ว่า ตลาดการใช้จ่ายด้านไอทีในประเทศไทยปี 2568 จะขยายตัวถึง 7.9% คิดเป็นมูลค่ากว่า 996,000 ล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มศูนย์ข้อมูล (Data Center) และซอฟต์แวร์องค์กร (Enterprise Software) ที่มีการเติบโตโดดเด่นถึง 17% และ 16.1% ตามลำดับ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของบลูบิค โดยเฉพาะบริการที่ปรึกษาด้าน Digital Excellence & Delivery และ ERP
บลูบิคประเมินว่ากระแสการลงทุนในเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ ถือเป็นแผนงานสำคัญสำหรับหลายธุรกิจ เช่น สถาบันการเงิน ประกันภัย พลังงาน อุตสาหกรรมการผลิต รวมถึงภาครัฐที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีมากขึ้น เช่น โครงการ Cloud First Policy และ Virtual Bank ซึ่งจะส่งผลบวกต่อการดำเนินงานของบริษัทโดยตรง
พชร กล่าวทิ้งท้ายว่า การเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมาตลอด 11 ปี ตั้งแต่การเติบโตของผลประกอบการ จำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้น และการย้ายเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ SET ในปีนี้ (2568) แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาองค์กรเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และเชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจในปี 2568 ได้เช่นเคย
–เซ็นทรัล รีเทล ครึ่งปีแรกกวาดรายได้ 1.31 แสนล้านบาท กำไรสุทธิ 3,813 ล้านบาท







