บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เตรียมรุกตลาดสิงคโปร์อย่างเต็มกำลัง ด้วยการขยายไลน์สินค้าไทยภายใต้คอนเซปต์ “I LOVE THAILAND” เพิ่มเติมกว่า 100 รายการ ภายในปี 2569 หลังพบกระแสตอบรับสินค้าไทยเกินความคาดหมายในตลาดสิงคโปร์
การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้เป็นผลมาจากการต่อยอดความร่วมมือกับ NTUC FairPrice Co-operative Limited (FPG) ผู้นำค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์ ซึ่งได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกันเมื่อเดือนกันยายน 2567 โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างดีมานด์และศักยภาพของตลาดค้าปลีกสิงคโปร์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
สเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า สิงคโปร์เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงในภูมิภาค ไม่เพียงเป็นศูนย์กลางค้าปลีกระดับพรีเมียมที่มีการแข่งขันสูง แต่ยังเป็นประตูสำคัญในการขยายแบรนด์และสินค้าไทยสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เห็นสัญญาณบวกจากการส่งออกสินค้าไทยไปยังสิงคโปร์อย่างชัดเจน ด้วยปัจจัยสนับสนุนหลัก 3 ประการ ได้แก่ ความนิยมและความเชื่อมั่นในสินค้าไทยของผู้บริโภคชาวสิงคโปร์ ภูมิทัศน์ตลาดค้าปลีกระดับพรีเมียมของสิงคโปร์ที่สอดรับกับคุณภาพและภาพลักษณ์ของแบรนด์ภายใต้เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป และพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตภายในบ้าน (Hyper-Nesting) ซึ่งส่งผลให้เกิดความต้องการสินค้าอุปโภคและบริโภคที่มีคุณภาพ
ด้าน วิปุล ชาวลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม แฟร์ไพรซ์ กรุ๊ป เสริมว่า ชาวสิงคโปร์มีความชื่นชอบอาหารไทยเป็นอย่างมาก ความร่วมมือกับเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ด้วยการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดจากประเทศไทยสู่มือผู้บริโภคในสิงคโปร์
ความร่วมมือดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยยอดขายสินค้า “I Love Thailand” มีอัตราเติบโตสูงถึง 20% ต่อเนื่องทุกเดือนตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 เป็นต้นมา ปัจจุบัน สินค้า “I Love Thailand” กว่า 50 รายการ ครอบคลุมหลากหลายหมวดหมู่ อาทิ ผลไม้ ขนมขบเคี้ยว (เช่น ข้าวแต๋นกรอบ ทองม้วน) และเครื่องปรุงรสสไตล์ไทย ได้วางจำหน่ายในร้านภายใต้เครือข่ายของแฟร์ไพรซ์ กรุ๊ป กว่า 87 สาขาทั่วประเทศสิงคโปร์
นอกจากนี้ แฟร์ไพรซ์ กรุ๊ป ยังได้จัดงาน Thai Fair ภายใต้ธีม “I LOVE THAILAND” ณ ร้านค้าในเครือข่ายจนถึงวันที่ 18 มิถุนายน 2568 เพื่อสร้างสีสันและกระตุ้นความสนใจจากผู้บริโภค ซึ่งได้รับเกียรติจากเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศสิงคโปร์ และตัวแทนจากภาคธุรกิจการค้าร่วมงานอย่างเป็นทางการ สะท้อนถึงการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
สเตฟาน กล่าวสรุปว่า การต่อยอดความร่วมมือกับแฟร์ไพรซ์ กรุ๊ป เป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายศักยภาพเครือข่ายค้าปลีกระดับภูมิภาคให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผ่านการแลกเปลี่ยนสินค้า กลยุทธ์ และความเชี่ยวชาญ ไม่เพียงแต่ส่งเสริมการเติบโตของแบรนด์ไทยในตลาดต่างประเทศ แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสสินค้าคุณภาพจากต่างประเทศ โดยมีแผนนำเข้าสินค้าจากแฟร์ไพรซ์มาจำหน่ายในประเทศไทยช่วงปลายไตรมาสที่สามของปีนี้
ความร่วมมือนี้ยังตอกย้ำบทบาทของเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป ในฐานะผู้นำค้าปลีกที่มีพันธกิจชัดเจนในการผลักดันผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs และแบรนด์ท้องถิ่น ให้สามารถเติบโตและแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค



