heytea แบรนด์เครื่องดื่มชาร่วมสมัย เปิดตัวสาขาแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ใจกลางย่านราชประสงค์ พร้อมยกระดับประสบการณ์ด้วย heytea lab สาขาแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และถือเป็นสาขาแห่งที่ 3 นอกประเทศจีน ตอกย้ำบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะตลาดยุทธศาสตร์สำคัญและการเป็นเมืองไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่ได้รับการจัดอันดับที่ 8 ของโลกจาก Time Out ประจำปี 2026
บรรยากาศวันเปิดให้บริการวันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก แม้จะมีฝนตกหนักทั่วกรุงเทพฯ โดยมีลูกค้ามารอต่อแถวก่อนเปิดร้านกว่า 500 คน แถวยาวกว่า 300 เมตร และมีระยะเวลารอคิวนานกว่า 3 ชั่วโมง สะท้อนกระแสตอบรับอย่างล้นหลามต่อเนื่องจากความสำเร็จของ heytea lab ในมหานครชั้นนำอย่างนิวยอร์กและโตรอนโต รวมถึงการต่อคิวนาน 7 ชั่วโมงเมื่อครั้งเปิดตัว heytea lab 2.0 ที่นครเซี่ยงไฮ้เมื่อช่วงต้นปี
heytea lab สาขากรุงเทพฯ รวมโมเดลทดลองระดับเรือธงไว้ครบครันในพื้นที่เดียว ทั้ง tea lab, bake lab และ gelato lab ผ่านเคาน์เตอร์แบบเปิดให้สัมผัสการชงชา อบขนม และทำเจลาโตสดใหม่ ดีไซน์ร้านได้รับแรงบันดาลใจจาก “ตลาดน้ำ” และวิถีชีวิตริมน้ำของไทย ผสมผสานรูปทรงเรือไม้เข้ากับเส้นสายโค้งมนของฝั่งน้ำ เชื่อมโยงวัสดุไม้ธรรมชาติและโลหะร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
กรุงเทพฯ ยังได้รับเลือกเป็นเวทีเปิดตัวนวัตกรรมเครื่องดื่มระดับโลก “teaAir” หรือ “tea cloud” คอนเซ็ปต์ใหม่ที่ heytea พัฒนาขึ้นโดยนำชาชงสดมาเป็นองค์ประกอบหลักของเนื้อคลาวด์ ผสานมะพร้าว ไขมันนม และอากาศจนได้เนื้อสัมผัสฟูนุ่ม โดยประเดิมเมนูแรกของโลกด้วย “teaAir · Rock Oolong Jackfruit” จับคู่ชา Rock Oolong กับผลไม้ไทยอย่างขนุนสด มะละกอ และมะพร้าว พร้อมขนมและของหวานที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อประเทศไทยโดยเฉพาะ เช่น Thai Milk Tea Croissant Egg Tart และ Lime Thai Milk Gelato
นอกจากนี้ เมนูยอดนิยมระดับสากลอย่าง Triple Matcha Latte ซึ่งเคยเกิดกระแสจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็วในหลายประเทศ หลังศิลปินไทย Lisa โพสต์ถึงแบรนด์บนโซเชียลมีเดียเมื่อปี 2025 ยังคงเป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจอย่างสูงในวันเปิดตัว
ปัจจุบัน heytea มีร้านให้บริการประมาณ 4,000 สาขาทั่วโลก และมีสาขานอกจีนแผ่นดินใหญ่มากกว่า 120 สาขา เติบโตขึ้นเกือบ 6 เท่าในรอบหนึ่งปี โดยเดินหน้าเชื่อมโยง New-Style Tea เข้ากับวัฒนธรรมป๊อป ศิลปะ และแฟชั่นระดับโลกอย่างต่อเนื่อง การเปิด heytea lab ณ เซ็นทรัลเวิลด์ จึงเป็นหมุดหมายสำคัญในการผลักดันวัฒนธรรมชารูปแบบใหม่สู่ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้






