Samsung ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จครั้งใหม่หลังเปิดตัว Galaxy S26 Series โดยเผยยอดจองในไทยพุ่งสูงขึ้นกว่ารุ่นก่อนถึง 40% ภายในเวลาเพียงสัปดาห์เศษ สะท้อนความเชื่อมั่นในนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะฟีเจอร์เด่นอย่าง Privacy Display และการรุกตลาดด้วยกลยุทธ์ Human-Centric ที่ดึงดูดกลุ่ม Gen Z ได้เพิ่มขึ้นถึง 25%
สิทธิโชค นพชินบุตร President of Mobile Experience Division บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยถึงปัจจัยความสำเร็จว่า นอกเหนือจากความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรมแล้ว แผนการตลาดที่เน้นช่องทางโซเชียลมีเดียยังมีส่วนสำคัญ โดยพบว่าค่า Buzz หรือการตอบรับในโลกออนไลน์ปีนี้สูงกว่ารุ่น S25 ถึง 2.1 เท่า และมียอดการค้นหา (Search Trend) เพิ่มขึ้นกว่า 20% ซึ่งสะท้อนว่าผู้บริโภคให้ความสนใจในตัวผลิตภัณฑ์อย่างล้นหลาม
นวัตกรรมที่เปลี่ยนตามพฤติกรรมผู้บริโภค
หัวใจสำคัญของ Galaxy S26 ในปีนี้คือการนำเสนอเทคโนโลยีที่จับต้องได้และแก้ปัญหาให้ผู้ใช้งานจริง (Human-Centric) ได้แก่:
- World First Privacy Display: หรือที่เรียกกันในภาษาเป็นกันเองว่า “จอกันเผือก” นวัตกรรมหน้าจอที่ป้องกันคนรอบข้างมองเห็นเนื้อหาบนจอ โดยผู้ใช้สามารถเลือกเปิด-ปิดฟังก์ชันนี้ได้เฉพาะแอปพลิเคชันที่ต้องการ เช่น แอปธนาคาร เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
- Advanced AI & Agentic AI: Samsung ยังคงเป็นผู้นำด้าน AI Phone โดยปีนี้พัฒนาสู่การเป็น AI Companion ที่ฉลาดขึ้น มีฟีเจอร์ Photo Assist ที่ใช้ AI ปรับแต่งภาพระดับมืออาชีพ และระบบแนะนำข้อมูลตามบริบท (Contextual Suggestion) ที่ช่วยจัดการตารางงานหรือแนะนำร้านอาหารให้อัตโนมัติ
- Galaxy Buds รุ่นใหม่: ประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยยอดจองโตขึ้นกว่า 50% มาพร้อมฟังก์ชัน “พยักหน้าเพื่อรับสาย” และระบบแปลภาษาแบบ Real-time ถึง 22 ภาษา
เจาะกลุ่ม Gen Z และเทรนด์การซื้อแบบใหม่
ข้อมูลที่น่าสนใจพบว่ากลุ่มผู้ใช้งาน Galaxy S ในรุ่น Ultra เติบโตขึ้นถึง 2.3 เท่า ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่เพิ่มขึ้น 25% เนื่องจากฟังก์ชันที่เน้นความสนุก (Playful) และเครื่องมือทางการเงินอย่าง Samsung Finance+ ที่ช่วยให้การเข้าถึงรุ่นเรือธงทำได้ง่ายขึ้น เปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อจากเงินสดเป็นเงินผ่อนกว่า 70%
ทิศทางราคาและสถานการณ์ตลาด
สิทธิโชค ยอมรับว่าปัญหาการขาดแคลน Memory ทั่วโลก (Memory Shortage) ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูงขึ้น 30-40% ซึ่งอาจส่งผลให้มีการปรับราคาสินค้าสมาร์ทโฟนในตลาดรวมถึง Samsung ในช่วงเดือนมีนาคมนี้ โดยเฉพาะรุ่นที่มีหน่วยความจำสูง
อย่างไรก็ตาม Samsung ยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาฐานลูกค้าผ่านโปรแกรมสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยลดภาระของผู้บริโภคท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน
“ความแข็งแกร่งของ Samsung คือการไม่หยุดนิ่ง เรานำนวัตกรรมจอ Super AMOLED มาสู่ตลาดเมื่อ 16 ปีที่แล้ว จนถึงยุคจอพับ และล่าสุดกับ Privacy Display เราจะยังคงมุ่งมั่นส่งมอบเทคโนโลยีที่ยึดความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลักต่อไป” สิทธิโชค กล่าวทิ้งท้าย
–AIS ผนึกพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ กางโรดแมปปี 2026 ชูกลยุทธ์ AI-Driven ยกระดับงานบริการยุคใหม่







