ซินเน็ค (ประเทศไทย) หรือ SYNEX เปิดงบไตรมาส 1/2569 โชว์กำไรสุทธิ 221 ล้านบาท เติบโตแรง 17.6% สวนทางรายได้ที่ขยับตัวเพียงเล็กน้อย ชูความสำเร็จจากการปรับพอร์ตสินค้า (Product Mix) มุ่งเน้นกลุ่มมาร์จิ้นสูง ทั้ง AI Infrastructure, Gaming และ Energy Solution มั่นใจปีนี้รายได้แตะ 53,000 ล้านบาทตามนัด
สุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569 ว่าบริษัทยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง แม้จะต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายอย่างปัญหาภาวะขาดแคลนหน่วยความจำ (Memory Shortage) และความผันผวนของต้นทุนพลังงาน โดยบริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 221 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 437 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3.87% ซึ่งเข้าใกล้เป้าหมายทั้งปีที่วางไว้ที่ระดับ 4%
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรเติบโตอย่างโดดเด่น มาจากการบริหารจัดการโครงสร้างรายได้ที่เน้นกลุ่มสินค้าอัตรากำไรสูง ได้แก่ กลุ่ม IT Commercial, Enterprise Solution และ Gaming ประกอบกับการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างมีวินัย และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เติบโตถึง 34.3% YoY
สำหรับรายได้รวมจากการขายและบริการในไตรมาสแรกอยู่ที่ 11,312 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% โดยมีไฮไลต์การเติบโตที่น่าสนใจในหลายกลุ่มธุรกิจ ดังนี้
- กลุ่ม IT Commercial: เติบโตโดดเด่นถึง 53.9% รับดีมานด์ AI PC และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ Windows 11 ของทั้งภาครัฐและเอกชน
- กลุ่ม Enterprise Solution: ขยายตัว 17.8% จากการลงทุนด้าน AI Infrastructure, Data Center และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity)
- กลุ่ม Gaming: เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 80.7% รับกระแส Nintendo Switch 2 และการเปิดตัวเกมใหม่ๆ
- กลุ่ม Energy Solution: ได้รับอานิสงส์จากมาตรการภาครัฐที่ให้สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop ซึ่งกระตุ้นความต้องการในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ SYNEX ยังได้รุกขยาย Technology Ecosystem อย่างต่อเนื่อง ทั้งการเป็นผู้จัดจำหน่าย Honeywell รายเดียวในไทย และการยกระดับสู่ AWS Advanced Tier เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาว
สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 2/2569 และครึ่งปีหลัง บริษัทคาดว่าอุตสาหกรรมจะยังเติบโตต่อเนื่องจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI และนโยบาย Digital Government ของภาครัฐ รวมถึงแรงหนุนจากสินค้ากลุ่ม Flagship ในช่วงครึ่งปีหลัง อาทิ iPhone รุ่นใหม่ และ Nintendo Switch 2 ที่จะเข้ามาช่วยกระตุ้นดีมานด์ตลาด ทำให้บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถผลักดันรายได้รวมทั้งปีให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ 53,000 ล้านบาท







