บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ประกาศความพร้อมในการนำหลักทรัพย์ของบริษัทฯ กลับเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกครั้งในวันที่ 4 สิงหาคม 2568 นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนความสำเร็จของแผนฟื้นฟูกิจการอย่างเป็นรูปธรรม ภายหลังจากที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา
การกลับมาครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนว่า การบินไทยได้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตและพร้อมที่จะทะยานสู่บทบาทผู้นำในอุตสาหกรรมการบินระดับภูมิภาคอีกครั้ง ด้วยโครงสร้างองค์กรและสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งกว่าที่เคย
พลิกฟื้นการเงินแกร่ง ล้างภาพขาดทุนในอดีต
นางเฉิดโฉม เทอดสถีรศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการบัญชี บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินว่า เป็นผลมาจากความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่องและความสำเร็จในการปรับโครงสร้างทุน โดยผลการดำเนินงานสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2567 บริษัทฯ มีรายได้รวม 187,989 ล้านบาท มีกำไรจากการดำเนินงาน (ก่อนต้นทุนทางการเงินไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) สูงถึง 41,515 ล้านบาท หรือ EBIT Margin 22.1% และยังคงเติบโตต่อเนื่องในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 ซึ่งมีรายได้รวม 51,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 12.3% มีกำไรจากการดำเนินงาน 13,661 ล้านบาท
ความสำเร็จจากการแปลงหนี้เป็นทุนและการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568 พลิกกลับมาเป็นบวกที่ 55,439 ล้านบาท จากที่เคยติดลบ 43,142 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 อีกทั้งยังสามารถลดอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E Ratio) เหลือเพียง 2.2 เท่า จาก 12.5 เท่า ในปี 2562 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงสถานะทางการเงินที่มั่นคง
ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการและอดีตประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ กล่าวเสริมว่า ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นภายในระยะเวลาเพียง 4 ปี สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยม และการมีคณะกรรมการชุดใหม่ที่พร้อมจะขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน

เปิดพิมพ์เขียวอนาคต ปรับโครงสร้างสู่สายการบินชั้นนำ
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ฉายภาพกลยุทธ์การเติบโตในอนาคตว่าไม่ได้เป็นเพียงการฟื้นตัวหลังโควิด-19 แต่เกิดจากการวางรากฐานใหม่อย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย:
- โครงสร้างองค์กรและฝูงบิน: ปรับองค์กรให้คล่องตัวและมีประสิทธิภาพ พร้อมตั้งเป้าหมายขยายฝูงบินเป็น 150 ลำ ภายในปี 2576 โดยลดความซับซ้อนของแบบเครื่องบินและเครื่องยนต์ลงเพื่อควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
- เครือข่ายเส้นทางบิน: มุ่งสู่การเป็นสายการบินเครือข่ายระดับภูมิภาค (Regional Network Airline) โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) จาก 26% ในปัจจุบัน เป็น 35% ภายในปี 2572
- การยกระดับบริการและดิจิทัล: ปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้าในทุกมิติ และนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและช่องทางการขายตรง
นายลวรณ แสงสนิท ประธานกรรมการบริษัทฯ กล่าวว่า คณะกรรมการบริษัทชุดใหม่มีความมุ่งมั่นที่จะนำพาการบินไทยสู่ยุคใหม่แห่งการเป็นสายการบินที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพและธรรมาภิบาล พร้อมต่อยอดความสำเร็จจากการฟื้นฟูกิจการเพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว โดยยังคงให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2608 (ค.ศ. 2065)







