สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD เผยผลวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจกลุ่มประเทศ CLMVT (กัมพูชา, ลาว, เมียนมา, เวียดนาม และไทย) ผ่าน Trade Intelligence Report 2025 ชี้หลายประเทศมีอัตราการฟื้นตัวที่น่าสนใจหลังวิกฤตโควิด-19 พร้อมจับตาเวียดนามเป็นดาวรุ่งและจุดหมายหลักของ FDI ขณะที่ไทยมีศักยภาพสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค
ภาพรวมและแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาค CLMVT
รายงานชี้ให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่โดดเด่นของเศรษฐกิจในภูมิภาค CLMVT โดยเฉพาะการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ซึ่งเวียดนามเป็นศูนย์กลางหลัก
นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างรวดเร็วโดยมีไทยและเวียดนามเป็นแกนนำ พร้อมกับการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ยังคงมีความเชื่อมโยงกับจีนและสหรัฐฯ อย่างมาก ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย
ไทย: ผู้นำด้านดิจิทัลและโลจิสติกส์
ประเทศไทยแสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอย่างการลงทุนในเครือข่าย 5G และ Data Center รวมถึงการพัฒนาระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-payment)
ขณะที่ภาคโลจิสติกส์ก็มีความก้าวหน้าจากการพัฒนาโครงการสำคัญอย่าง EEC, ท่าเรือน้ำลึก และรถไฟรางคู่ เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค
นอกจากนี้ไทยยังตั้งเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050 และเร่งลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน
โดย ITD ได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ไทยควรเร่งสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดต้นทุนทางการค้าและส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ไทยเชี่ยวชาญ
กัมพูชา: พลังขับเคลื่อนจากการส่งออกและการท่องเที่ยว
เศรษฐกิจของกัมพูชาฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังโควิด-19 โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการส่งออกและการท่องเที่ยว โดยคาดการณ์ว่าจะเติบโตถึง 6% ในปี 2040
อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ และยุโรปในระดับสูงทำให้เกิดความกังวลเรื่องการถูกตัดสิทธิพิเศษทางการค้า
นอกจากนี้ยังได้รับอิทธิพลจากจีนค่อนข้างมากผ่านความร่วมมือภายใต้กรอบ “Diamond Pentagon” ซึ่งเน้นด้านการเกษตร, การท่องเที่ยว, และโลจิสติกส์
เมียนมา: ประตูสู่การค้าชายแดนที่ยังคงมีศักยภาพ
แม้จะเผชิญกับความท้าทายทางการเมืองและมาตรการคว่ำบาตร แต่เศรษฐกิจของเมียนมายังคงเติบโตได้ 1% โดยมีปัจจัยหนุนจากการค้าชายแดนและการลงทุนจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ไทยและจีน
โดยผู้ประกอบการไทยยังคงให้ความสนใจในเขตเศรษฐกิจพิเศษตีลาวา เนื่องจากเป็นพื้นที่เดียวที่มีความพร้อมด้านไฟฟ้าและปลอดจากมาตรการควบคุมเงินตราต่างประเทศ
ลาว: ความท้าทายด้านเศรษฐกิจกับศักยภาพการเป็น Land Link
ลาวเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจที่ท้าทาย ทั้งเงินเฟ้อสูง, ค่าเงินอ่อนค่า, และหนี้สาธารณะที่สูงถึง 115% ของ GDP
อย่างไรก็ตาม ลาวยังคงมีจุดแข็งจากจำนวนประชากรหนุ่มสาวและที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ที่สามารถเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงทางบกที่สำคัญในภูมิภาคได้
นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาโครงการรถไฟลาว-จีนและโครงการพลังงานไฟฟ้าจากน้ำเพื่อมุ่งสู่การเป็น “Battery of Asia”
เวียดนาม: ดาวรุ่งแห่งภูมิภาค
เวียดนามยังคงเป็นประเทศที่น่าจับตามองในฐานะดาวรุ่งเศรษฐกิจโลก ด้วยการเติบโตสูงถึง 5-8% ต่อปี และดึงดูด FDI ได้อย่างมหาศาลจากกระแส China Plus 1 โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เวียดนามโดดเด่นคือ นโยบายภาครัฐที่รวดเร็วและตอบสนองต่อเทรนด์โลก, การมีแรงงานที่มีคุณภาพและราคาถูก, และการทำข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับหลายกลุ่มประเทศ
อย่างไรก็ตาม เวียดนามยังคงเผชิญความท้าทายเรื่องขั้นตอนราชการที่ไม่ชัดเจน และความเสี่ยงที่จะติดกับดักรายได้ปานกลาง
แผนการขยายความร่วมมือในอนาคต
ITD มีแผนจะขยายความร่วมมือไปยังฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, และมาเลเซียในปีหน้า เพื่อเรียนรู้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practice) และสร้างเครือข่ายพันธมิตร (Triple Helix: นักวิชาการ, ภาคเอกชน, และภาครัฐ) เพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองของภูมิภาคในเวทีการค้าโลก และมีเป้าหมายระยะยาวเพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าของภูมิภาค







