“พี่ไปรฯ ส่งยา สัตวแพทย์ จุฬาฯ ส่งรัก” ยกระดับการดูแลสัตว์เลี้ยงทั่วไทย

"พี่ไปรฯ ส่งยา สัตวแพทย์ จุฬาฯ ส่งรัก" ยกระดับการดูแลสัตว์เลี้ยงทั่วไทย

ไปรษณีย์ไทย ผนึกกำลังกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยคณะสัตวแพทยศาสตร์ และโรงพยาบาลสัตว์ กรุงเทพฯ เปิดตัวแคมเปญ “พี่ไปรฯ ส่งยา สัตวแพทย์ จุฬาฯ ส่งรัก” มิติใหม่แห่งการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง ด้วยบริการส่งด่วน EMS ยาและเวชภัณฑ์ถึงบ้าน ตอบโจทย์คนรักสัตว์ทั่วประเทศ ลดความแออัดในโรงพยาบาลสัตว์ พร้อมรองรับตลาดสัตว์เลี้ยงที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตสูงขึ้น 6% ในปี 2568

ความร่วมมือเพื่อประโยชน์ของคนรักสัตว์: ลดภาระ เพิ่มความสะดวก

ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการผสานทรัพยากร ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายของทั้งสององค์กร เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะผู้เลี้ยงสัตว์ที่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาและรับยา โครงการนี้จะช่วย ลดภาระการเดินทาง ลดค่าใช้จ่าย และบรรเทาความแออัดของโรงพยาบาลสัตว์ จุฬาฯ มองว่ามหาวิทยาลัยควรเป็นแรงผลักดันที่สร้างระบบนิเวศใหม่ให้กับสังคม ขณะที่ไปรษณีย์ไทยก็แสดงบทบาทเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณค่า ที่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริการสุขภาพที่เท่าเทียม ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนและสัตว์เลี้ยงดีขึ้น

ไปรษณีย์ไทย: โครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพของประเทศ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกก์ ภทรธนกุล กรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า โครงการ “พี่ไปรฯ ส่งยา สัตวแพทย์ จุฬาฯ ส่งรัก” เป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่มีพลังขับเคลื่อนทั้งในมิติเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจสุขภาพสัตว์ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง การบูรณาการจุดแข็งด้านเครือข่ายการขนส่งของไปรษณีย์ไทย และความเชี่ยวชาญด้านสัตวแพทย์ของจุฬาฯ จะสร้างห่วงโซ่คุณค่าต่อวงการสุขภาพสัตว์ในประเทศ ยกระดับคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่อาศัยอยู่นอกเขตเมืองที่อาจเข้าไม่ถึงบริการสุขภาพสัตว์แบบดั้งเดิม

โครงการนี้ยังช่วยตอกย้ำบทบาทของไปรษณีย์ไทยในการเป็น โครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพของประเทศ ทั้งจากการเป็นผู้นำการขนส่งพัสดุ เป็นพันธมิตรด้านสุขภาพที่เชื่อมโยงการรักษา บริการ และเวชภัณฑ์ได้ถึงหน้าบ้าน ด้วยมาตรฐานการขนส่งที่ไว้วางใจได้ หากโครงการขยายผลไปยังภูมิภาคอื่น ๆ หรือโรงพยาบาลสัตว์ในเครือข่ายเพิ่มเติม จะยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ของไปรษณีย์ไทยในฐานะแบรนด์ที่ขับเคลื่อน Well-being ของสังคมไทย อย่างแท้จริง

จุฬาฯ: ผู้สร้างระบบสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่ดีแห่งอนาคต

ศาสตราจารย์ สพ.ญ.ดร.สันนิภา สุรทัตต์ คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า พฤติกรรมการเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงในไทยกำลังเปลี่ยนไป โดยมีความผูกพันที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทำให้เกิดความต้องการผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม บริการที่เน้นสุขภาพ และโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ จึงพร้อมเดินหน้าสู่การเป็น “ผู้สร้างระบบสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่ดีแห่งอนาคต” ที่มีองค์ประกอบครบทั้งการวิจัย บริการ และการเข้าถึง ความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยครั้งนี้ ถือเป็นโมเดลต้นแบบที่สามารถต่อยอดไปสู่ภาคส่วนอื่น ๆ ได้ในอนาคต ช่วยขับเคลื่อนสุขภาพสัตว์เลี้ยงไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ตอบสนองความคาดหวังของเจ้าของสัตว์เลี้ยงยุคใหม่ที่มองว่าสัตว์เลี้ยงคือสมาชิกในครอบครัว

คณะฯ เล็งเห็นโอกาสในการใช้ระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพและความเชี่ยวชาญของคณะฯ เพื่อเสริมความเชื่อมั่นให้กับเจ้าของและตลาดสัตว์เลี้ยง ด้วยทรัพยากรที่เพียบพร้อม ทั้งโรงพยาบาลสัตว์ กรุงเทพฯ ที่ให้บริการคลินิกที่ครอบคลุม การดูแลฉุกเฉิน การวินิจฉัยขั้นสูง และคลินิกเฉพาะทาง ซึ่งได้รับการยอมรับในฐานะโรงเรียนสัตวแพทย์แห่งแรกและเป็นผู้นำในประเทศไทย

ตลาดสัตว์เลี้ยงโตต่อเนื่อง: โอกาสของบริการขนส่งยา

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงของประเทศไทยยังคงมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคหันมาเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น และดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว โดยในปี 2567 ตลาดบริการรักษาสัตว์มีมูลค่าสูงถึง 6.64 แสนล้านบาท และคาดการณ์ว่าในปี 2568 จำนวนสัตว์เลี้ยงในไทยจะเติบโตเพิ่มขึ้น 6% หรือประมาณ 5.38 ล้านตัว สุนัขและแมวยังคงเป็นสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมสูงสุด

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการต่อยอดความเชี่ยวชาญของไปรษณีย์ไทยด้านการขนส่งยาและเวชภัณฑ์ ซึ่งได้เริ่มให้บริการมาตั้งแต่ปี 2555 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วยและโรงพยาบาล ปัจจุบันมีโรงพยาบาลกว่า 400 แห่งทั่วประเทศที่ใช้บริการส่งยาและเวชภัณฑ์ผ่านไปรษณีย์ไทย โดยมีการขนส่งไปแล้วกว่า 2.32 ล้านชิ้น

บริการจัดส่งยาและเวชภัณฑ์สัตว์เลี้ยง: สะดวก รวดเร็ว เชื่อถือได้

บริการจัดส่งยาและเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง จะให้บริการผ่าน 2 ช่องทางหลัก คือ บริการส่งยาถึงบ้านสำหรับผู้มาใช้บริการที่โรงพยาบาลสัตว์ กรุงเทพฯ และบริการส่งยาถึงบ้านสำหรับผู้ใช้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ (Televet) จุดเด่นของบริการคือ:

  • ลดระยะเวลารอคอย และ ลดความแออัด ในโรงพยาบาล
  • ลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง สำหรับผู้ใช้บริการในพื้นที่ห่างไกล
  • ส่งด่วน EMS การันตีมาตรฐานการจัดส่งภายใน 1-2 วันทำการ
  • บรรจุภัณฑ์และวิธีการขนส่งที่เหมาะสม เพื่อรักษาประสิทธิภาพของยาและเวชภัณฑ์
  • ตรวจสอบสถานะการจัดส่งได้แบบเรียลไทม์ ตลอด 24 ชั่วโมง
  • เครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ กว่า 50,000 จุด และบุรุษไปรษณีย์กว่า 25,000 คน
  • อัตราค่าบริการเริ่มต้นเพียง 120 บาทต่อครั้ง

Pet Health Infrastructure: โครงสร้างพื้นฐานสุขภาพสัตว์เลี้ยงในอนาคต

อาจารย์ น.สพ.ชัยยศ ธารรัตนะ ผู้ช่วยคณบดี และผู้อำนวยการโรงพยาบาลสัตว์ กรุงเทพฯ กล่าวว่า การดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงยุคใหม่ต้องครบวงจรตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง โครงการ “พี่ไปรฯ ส่งยา สัตวแพทย์ จุฬาฯ ส่งรัก” ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่เข้ามาเติมเต็มระบบนี้ให้สมบูรณ์ ทำให้การรักษาและดูแลสัตว์มีความเท่าเทียมมากยิ่งขึ้น แคมเปญนี้กำลังนำไปสู่ “Pet Health Infrastructure” ที่เชื่อมต่อบริการสุขภาพสัตว์เลี้ยงทุกขั้นตอนเข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ ตอบโจทย์กลุ่มคนรักสัตว์ในยุคดิจิทัล ทั้งครอบครัวเมืองและพื้นที่ห่างไกล ที่ต้องการบริการสุขภาพที่เชื่อถือได้แต่ไม่จำเป็นต้องพาสัตว์เลี้ยงเดินทางไปยังโรงพยาบาลสัตว์ ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนไลฟ์สไตล์คนไทยต่อการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงให้สามารถดำเนินการได้ทุกที่

รฟม. ร่วมหารือสมาคมคนตาบอดฯ ทำแผนที่การเดินทางสำหรับคนพิการทางการมองเห็น ในระบบรถไฟฟ้า MRT สีม่วง

Scroll to Top