เวียตเจ็ทไทยแลนด์ (VietJet Thailand) รับมอบเครื่องบิน โบอิ้ง 737-8 ลำแรก ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญภายใต้แผนยุทธศาสตร์การขยายฝูงบินรวม 50 ลำภายในปี พ.ศ. 2571 (ค.ศ. 2028) การลงทุนเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะยกระดับศักยภาพการปฏิบัติการของสายการบินเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของไทยในฐานะศูนย์กลางการบินแห่งภูมิภาค
ยกระดับศักยภาพด้วยเครื่องบินยุคใหม่
วรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เปิดเผยว่า การรับมอบโบอิ้ง 737-8 นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ เครื่องบินรุ่นนี้มีระยะบินสูงสุดถึง 6,570 กิโลเมตร ทำให้สายการบินสามารถขยายเครือข่ายเส้นทางบินไปยังจุดหมายที่ไกลขึ้น และเชื่อมต่อสู่ภูมิภาคเอเชียได้กว้างขวางกว่าเดิม ทั้งยังช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยเทคโนโลยีวิศวกรรมการบินล้ำสมัย เช่น เครื่องยนต์ LEAP-1B และการรองรับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) ซึ่งสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ราว 15-20%
เปิดเส้นทางใหม่สู่ตลาดศักยภาพสูง
โบอิ้ง 737-8 จะเป็นหัวใจสำคัญในการรองรับแผนการขยายเส้นทางบินทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ โดยมีแผนเปิดให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์เส้นทางแรกคือ กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ ก่อนจะเปิดเส้นทางระหว่างประเทศสู่ กรุงเทพฯ – คัมรานห์ ประเทศเวียดนาม ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 นอกจากนี้ ยังเตรียมรุกตลาดญี่ปุ่นด้วยการเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงไปยัง โตเกียว และ โอซาก้า ซึ่งถือเป็นตลาดศักยภาพสูงในช่วงต้นปีหน้า
สร้างงานกว่า 5,000 อัตรา
นอกเหนือจากประสิทธิภาพการบิน เวียตเจ็ทไทยแลนด์ยังมุ่งมั่นเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ผู้โดยสาร โดยห้องโดยสารของโบอิ้ง 737-8 ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Boeing Sky Interior มอบสภาพแวดล้อมภายในที่เงียบและโปร่งสบายยิ่งขึ้น พร้อมระบบไฟส่องสว่างที่ปรับปรุงใหม่
การขยายฝูงบินครั้งนี้ยังส่งผลบวกต่ออุตสาหกรรมการบินของไทยอย่างมาก โดยเวียตเจ็ทไทยแลนด์ได้เตรียมขยายทีมบุคลากรในทุกส่วนงาน เพื่อรองรับฝูงบินใหม่ 50 ลำ ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างตำแหน่งงานใหม่ได้กว่า 5,000 อัตรา ตอกย้ำเจตนารมณ์ในการสนับสนุนการจ้างงานและพัฒนาศักยภาพบุคลากรในประเทศอย่างต่อเนื่อง







