สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า (depa) เปิดยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนกำลังคนดิจิทัลของประเทศ ตั้งเป้าสร้างบุคลากรคุณภาพสูง 1 ล้านคนต่อปี ผ่าน 4 กลไกหลักที่ออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศการเรียนรู้และจ้างงานยุคใหม่ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
1: สร้างมาตรฐานทักษะ ผ่าน Digital Skill Roadmap และหลักสูตรคุณภาพ
หัวใจสำคัญของแผนงานนี้คือการสร้าง “กรอบแนวทางการพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับคนไทย (Digital Skill Roadmap)” เพื่อเป็นมาตรฐานกลางที่ภาคอุตสาหกรรมยอมรับ โดยดีป้าไม่ได้สร้างหลักสูตรขึ้นมาเอง แต่ใช้วิธีผนึกกำลังกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำที่เป็นเจ้าขององค์ความรู้โดยตรง ทั้งระดับโลกอย่าง Microsoft และ SAP และบริษัทชั้นนำของไทยอย่าง Techsauce Media และ FutureSkill เพื่อร่วมกันพัฒนาและรับรองหลักสูตร
ในระยะแรก มีหลักสูตรที่ขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 100 หลักสูตร ครอบคลุมทักษะที่เป็นที่ต้องการสูงสุด เช่น AI & Data, Cloud, Cybersecurity และ Digital Marketing โดยแบ่งโครงสร้างทักษะออกเป็น 3 ระดับอย่างชัดเจน เพื่อให้คนทุกกลุ่มสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างเป็นระบบ:
- Digital Skill for All: ทักษะดิจิทัลพื้นฐานสำหรับประชาชนทุกคน
- Digital-driven Career: ทักษะสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสายงานหรือต่อยอดในอาชีพยุคใหม่
- Digital Professional: ทักษะเชิงลึกสำหรับผู้ประกอบอาชีพด้านดิจิทัลโดยตรงในระดับสูง
ดีป้าตั้งเป้าขยายจำนวนหลักสูตรที่ได้รับการรับรองให้ถึง 500 หลักสูตรภายในปี พ.ศ. 2570 เพื่อให้ครอบคลุมทุกความต้องการของอุตสาหกรรมดิจิทัล

2: ใช้มาตรการภาษีเป็นแรงขับเคลื่อน (Tax Incentives)
เพื่อสร้างแรงจูงใจที่ทรงพลังให้ภาคเอกชนลงทุนในการพัฒนา “คน” ดีป้าได้ร่วมมือกับ กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ออกมาตรการลดหย่อนภาษีถึง 2 รูปแบบ:
- ส่งเสริมการ Upskill/Reskill: นิติบุคคลที่ส่งพนักงานเข้าฝึกอบรมในหลักสูตรที่อยู่ภายใต้ Digital Skill Roadmap สามารถนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวไป ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้สูงสุดถึง 250% หมายความว่าหากบริษัทมีค่าใช้จ่ายในการอบรม 100,000 บาท จะสามารถนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ถึง 250,000 บาท
- กระตุ้นการจ้างงานทักษะสูง: สำหรับนิติบุคคลที่มีการจ้างงานบุคลากรใหม่ที่มีทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ (STEM) ซึ่งทักษะตรงตามที่ระบุไว้ใน ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 440) จะได้รับสิทธิ์ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 150% จากค่าใช้จ่ายเงินเดือนที่จ่ายจริง โดยคำนวณจากฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลาสูงสุด 12 เดือน
มาตรการนี้ถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสร้าง “อุปสงค์” ในตลาดแรงงาน ทำให้ผู้ที่มีทักษะเป็นที่ต้องการและมีมูลค่าสูงขึ้น
3: เพิ่มโอกาสการเข้าถึงให้ประชาชน ผ่านคูปองและแพลตฟอร์มกลาง
ดีป้าทำให้การเข้าถึงการเรียนรู้เป็นเรื่องง่ายและเท่าเทียมสำหรับประชาชนทุกคน ผ่านกลไก “depa Digital Manpower Fund” ซึ่งจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้ในรูปแบบของ “คูปองดิจิทัล”
ประชาชนที่สนใจสามารถเข้าไปเลือกดูหลักสูตรที่ต้องการ และกดรับสิทธิ์คูปองส่วนลดนี้ได้โดยตรงผ่าน แอปพลิเคชัน ‘ทางรัฐ’ ซึ่งเป็นช่องทางบริการภาครัฐที่เข้าถึงง่ายในมือถือ นอกจากนี้ยังสามารถค้นหาและดูรายละเอียดหลักสูตรทั้งหมดที่ขึ้นทะเบียนได้บนเว็บไซต์ Techhunt (https://techhunt.depa.or.th/digitalskill) กลไกนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล และเปิดโอกาสให้คนไทยที่อยากพัฒนาตัวเองสามารถเริ่มต้นเรียนรู้ทักษะที่ต้องการได้ทันที

4: สื่อสารเชิงรุก เดินสายโรดโชว์ทั่วประเทศ
เพื่อให้ข้อมูลและแผนงานทั้งหมดเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง ดีป้าและเครือข่ายพันธมิตรจะจัด “กิจกรรมโรดโชว์” เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ Digital Skill Roadmap และมอบความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลที่สำคัญอย่าง AI และ Cloud ใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศตามกำหนดการดังนี้:
- ภาคใต้: จังหวัดสงขลา (1 กรกฎาคม)
- ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ (3 กรกฎาคม)
- ภาคตะวันออก: จังหวัดชลบุรี (8 กรกฎาคม)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดขอนแก่น (15 กรกฎาคม)
ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า สรุปว่า กลไกทั้งหมดนี้จะทำงานร่วมกันเพื่อสร้างระบบนิเวศการพัฒนากำลังคนที่เข้มแข็ง ผลักดันให้เป้าหมาย 1 ล้านคนต่อปีเป็นจริงได้ ซึ่งจะกลายเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ ตามแนวคิด “คนไทยเรียน ประเทศไทยรอด”
–Huawei ICT Competition 2024-2025 ปิดฉากยิ่งใหญ่! ชู AI พลิกโฉมการศึกษาและสร้างบุคลากร ICT แห่งอนาคต







