บางจากฯ สานต่อภารกิจ 22 ปี ฟื้นป่าภูหลง ผสานโมเดล “ป่าเปียก-โคก หนอง นา” ป้องไฟป่าต้นน้ำลำปะทาว

บางจากฯ ฟื้นป่าภูหลงปีที่ 22 ดึงโมเดลป่าเปียก รักษาต้นน้ำลำปะทาว

กลุ่มบริษัทบางจาก เดินหน้ายกระดับการฟื้นฟูระบบนิเวศป่าต้นน้ำลำปะทาวอย่างยั่งยืน จัดกิจกรรมปลูกป่าภูหลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 22 บนเทือกเขาภูแลนคา อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ พร้อมจัดพิธีทอดผ้าป่าระดมทุนสนับสนุนภารกิจพิทักษ์ป่า มุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาไฟป่าและฟื้นคืนความสมบูรณ์สู่ธรรมชาติ

นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำทีมผู้บริหาร พนักงานกลุ่มบริษัทบางจาก ผู้แทนสถานีบริการน้ำมันสหกรณ์การเกษตรคอนสาร คณะทำงานโครงการฟื้นป่าภูหลงฯ อาสาสมัคร และเครือข่ายชุมชนในพื้นที่ รวมกว่า 70 คน ร่วมกันปลูกต้นไม้เพิ่มจำนวน 1,000 ต้น บนพื้นที่ 10 ไร่ ต่อยอดพื้นที่อนุรักษ์เดิมที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

ป่าภูหลง ถือเป็นผืนป่าต้นน้ำสายสำคัญบนเทือกเขาภูแลนคา ครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 4,000 ไร่ ซึ่งบางจากฯ ได้เข้ามามีบทบาทในฐานะพันธมิตรหลักร่วมกับชุมชนในการฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำปะทาวมาตั้งแต่ปี 2548 ทว่าพื้นที่แห่งนี้มักเผชิญกับภัยคุกคามจากไฟป่าเป็นระยะ ส่งผลให้ในปี 2563 บางจากฯ ได้น้อมนำแนวพระราชดำริ “ป่าเปียก” มาปรับใช้เป็นยุทธศาสตร์หลักในการอนุรักษ์ โดยสร้างแนวป้องกันไฟป่าด้วยการใช้น้ำสร้างความชุ่มชื้น ลดความรุนแรงและสกัดกั้นการลุกลามของไฟธรรมชาติ ควบคู่กับการประยุกต์ใช้โมเดล “โคก หนอง นา” เพื่อกักเก็บน้ำ เพิ่มความอุ้มน้ำของดิน และส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งปัจจุบันได้ขยายผลการดำเนินงานในผืนป่าภูหลงไปแล้วรวมกว่า 50 ไร่

นอกจากการลงแรงปลูกป่าเพื่อขยายขอบเขตแนวป่าเปียก กลุ่มบริษัทบางจากและภาคีเครือข่ายยังได้จัดกิจกรรม “ทอดผ้าป่า รักษาต้นน้ำลำปะทาว” ประจำปี 2569 ณ วัดป่ามหาวัน อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ โดยมี พระอธิการไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต พร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดป่าสุคะโตและวัดป่ามหาวัน เป็นผู้รับมอบผ้าป่า เพื่อแปรเปลี่ยนเป็นกองทุนสนับสนุนภารกิจการดูแลและปกป้องผืนป่าในระยะยาว

พระอธิการไพศาล วิสาโล ได้แสดงธรรมเทศนาชี้ให้เห็นถึงคุณค่าที่ลึกซึ้งของการปกป้องระบบนิเวศว่า การรักษาป่าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่มิติด้านกายภาพของธรรมชาติ แต่คือการรักษาต้นน้ำ รักษาสังคม รักษาจิตใจ และรักษาธรรม เนื่องจากป่าไม้คือรากฐานของแหล่งน้ำ อาหาร และการสร้างสัมมาชีพที่นำไปสู่ความมั่นคงของชุมชนครอบครัว ขณะเดียวกันยังทำหน้าที่เป็นรมณียสถานแห่งความสงบที่เอื้อต่อการยกระดับจิตใจและการปฏิบัติธรรมของมนุษย์