ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ประกาศทิศทางดำเนินธุรกิจกลุ่มที่พักอาศัยในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Homes of the Future” มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนด้านพลังงาน พร้อมขยายสมาชิก “ชุมชนช่างไฟชไนเดอร์” ผ่านกลยุทธ์ Go to Market เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานในสังคมไทย
กุศล กุศลส่ง รองประธานกลุ่มธุรกิจ Residential ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ดูแลประเทศไทย ลาว และเมียนมา เปิดเผยว่า ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจที่พักอาศัยทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายในการจัดการพลังงาน เนื่องจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรง โดยรายงานของชไนเดอร์ระบุว่า ในปี 2024 อาคารต่างๆ ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 30% ของการปล่อยก๊าซทั่วโลก ซึ่ง 60% มาจากที่พักอาศัย ผู้บริโภคจึงให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางพลังงานและยินดีเปิดรับอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานมากขึ้น
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มุ่งมั่นผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนด้วยการใช้ไฟฟ้าคู่กับเทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Electricity 4.0 สำหรับกลุ่มธุรกิจที่พักอาศัยได้นำเสนอ ระบบจัดการพลังงานในบ้านแบบครบวงจร (HEMS) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งสามารถช่วยลดการใช้พลังงานโดยรวมลงได้ถึง 50-60% ทำให้บ้านแห่งอนาคตมีคุณสมบัติที่สำคัญคือ ประสิทธิภาพ (efficient) ยืดหยุ่น (resilient) ปลอดภัย (safe) และ ยั่งยืน (sustainable) โดยพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์กลุ่ม Residential ประกอบด้วย 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ Home Automation, EV Charger และอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งภายในและภายนอกบ้าน
นอกจากนี้ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังเดินหน้าสร้าง “ชุมชนช่างไฟชไนเดอร์” ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืนสู่สังคมผ่านความรู้ความเชี่ยวชาญ โดยมีการพัฒนาทักษะช่างไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงสถาบันการศึกษา กลยุทธ์สำคัญคือการนำความรู้และทักษะที่ถูกต้องส่งต่อไปยังช่างไฟฟ้าด้วยวิธีสร้างการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านคลิปวิดีโอสั้นบนสื่อโซเชียลมีเดียหลายแพลตฟอร์ม
ล่าสุด ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้เพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสารที่ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ด้วยการเชื่อมต่อผ่าน Line OA เพื่อเชื่อมโยงช่างไฟฟ้าไทยเข้าสู่สมาชิกชุมชนช่างไฟชไนเดอร์ โดยสมาชิกจะได้รับความรู้และทักษะที่ถูกต้องปลอดภัย รวมถึงสิทธิในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ การเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ใหม่และโปรโมชั่นพิเศษก่อนใคร และสามารถสะสมคะแนนเพื่อแลกของรางวัลได้ ปัจจุบันมีช่างไฟฟ้ามืออาชีพเข้าลงทะเบียนใช้งานอย่างต่อเนื่องกว่า 5,000 คน และมีแผนที่จะขยายจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก 3-4 เท่าในปีหน้า ตามพันธกิจในการเติบโตร่วมกันกับพันธมิตรและสนับสนุนการเป็นช่างไฟฟ้ามืออาชีพ







