คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ออกประกาศฉบับที่ 23/2569 ปรับปรุงอัตราเงินส่งเข้ากองทุนและเงินชดเชยสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อพยุงราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไม่ให้สูงเกินระดับที่เหมาะสมและลดภาระค่าครองชีพประชาชน เริ่มบังคับใช้ 18 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป
การปรับเปลี่ยนครั้งนี้เป็นไปตามกรอบนโยบายภายใต้ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 เพื่อบริหารจัดการราคาน้ำมันในสถานการณ์ที่ราคาขายปลีกในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวสูงเกินกว่า 30 บาทต่อลิตร โดยมุ่งเน้นการสะท้อนมูลค่าต้นทุนที่แท้จริงและหลีกเลี่ยงการอุดหนุนราคาน้ำมันข้ามกลุ่ม (Cross Subsidies) เพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศ
เปิดตัวเลข “เงินชดเชย” หนุนราคาน้ำมันขายปลีก
ตามประกาศล่าสุด กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้กำหนดอัตราเงินชดเชยสำหรับน้ำมันประเภทต่างๆ ที่ผลิตหรือนำเข้ามาใช้ในราชอาณาจักร ดังนี้:
- กลุ่มดีเซล: ชดเชยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา และ B20 ในอัตราสูงถึง 19.46 บาทต่อลิตร
- กลุ่มแก๊สโซฮอล์: ชดเชย E20 สูงสุดที่ 12.85 บาทต่อลิตร ตามด้วยแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ที่อัตรา 4.73 บาทต่อลิตร ส่วน E85 อยู่ที่ 4.28 บาทต่อลิตร
อัตราเงินส่งเข้ากองทุน
ในส่วนของน้ำมันบางประเภทที่ต้องนำส่งเงินเข้ากองทุนเพื่อสร้างสภาพคล่อง มีรายละเอียดดังนี้:
- น้ำมันเบนซิน และน้ำมันก๊าด: ส่งเข้ากองทุน 0.10 บาทต่อลิตร
- น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา พรีเมียม: ส่งเข้ากองทุน 1.50 บาทต่อลิตร
- น้ำมันดีเซลหมุนช้า: ส่งเข้ากองทุน 1.20 บาทต่อลิตร
- น้ำมันเตา: ส่งเข้ากองทุน 0.06 บาทต่อลิตร
นอกจากนี้ ประกาศดังกล่าวยังครอบคลุมถึงเกณฑ์การคืนเงินจากกองทุนในกรณีน้ำมันส่งออกหรือได้รับยกเว้น เพื่อให้การบริหารจัดการเงินกองทุนมีความโปร่งใสและเป็นไปตามกลไกตลาด โดยคำสั่งนี้ลงนามโดย นางไพลิน ฟุ้งเกียรติ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง







