การมีรถยนต์เป็นของตัวเองคือความฝันของใครหลายคน แต่เส้นทางสู่การเป็นเจ้าของรถมักเต็มไปด้วยคำถามและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ “สินเชื่อรถยนต์” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอกสารการขอสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย หรือแม้แต่การจัดการกับรถที่ยังผ่อนไม่หมด ซึ่งบางครั้งข้อมูลที่ได้รับจากคนรอบข้างหรือสื่อออนไลน์อาจสร้างความสับสนและทำให้หลายคนไม่กล้าตัดสินใจซื้อรถในที่สุด
ด้วยเหตุนี้ กรุงศรี ออโต้ จึงออกมาไขข้อข้องใจ 5 ความเชื่อยอดฮิต เพื่อช่วยให้ผู้ที่กำลังวางแผนซื้อรถใหม่ หรือมองหาทางเลือกด้านการเงิน มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ครบถ้วนและแม่นยำยิ่งขึ้น
ความเชื่อที่ 1: ไม่มีสลิปเงินเดือนขอสินเชื่อรถยนต์ไม่ได้
ความจริง: ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีสลิปเงินเดือนก็สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ หากมีเอกสารที่แสดงถึงที่มาของรายได้อย่างชัดเจน เช่น รายการเดินบัญชีย้อนหลัง (Statement) 6 เดือนถึง 1 ปี, สัญญาจ้างงาน, ใบเสร็จรับเงิน, หนังสือรับรองรายได้ หรือเอกสารทางภาษีอย่าง ภ.ง.ด. 90 และ 50 ทวิ นอกจากนี้ การมีเงินคงเหลือในบัญชีประมาณ 2-3 เท่าของค่างวดก็ช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อได้เช่นกัน
ความเชื่อที่ 2: การกู้แพงกว่าการซื้อเงินสด
ความจริง: แม้การซื้อรถเงินสดจะช่วยประหยัดดอกเบี้ย แต่การใช้สินเชื่อช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการเงินสดในมือได้ดีกว่า เพราะไม่ต้องนำเงินก้อนใหญ่ไปจมอยู่กับการซื้อรถทั้งหมด ทำให้คุณยังคงมีเงินสำรองไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน หรือนำไปลงทุนต่อยอดในด้านอื่นได้ โดยหากคุณวางเงินดาวน์ในสัดส่วนที่เหมาะสมและเลือกโปรโมชันอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ก็จะช่วยให้คุณเป็นเจ้าของรถได้โดยไม่กระทบต่อสภาพคล่องทางการเงิน
ความเชื่อที่ 3: กู้ไม่ผ่านต้องรอเป็นปีถึงจะยื่นใหม่ได้
ความจริง: การยื่นสินเชื่อไม่ผ่านในครั้งแรก ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องรอเป็นปีเพื่อยื่นใหม่ โดยระยะเวลาการยื่นซ้ำขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละสถาบันการเงิน และในหลายกรณีคุณสามารถยื่นใหม่ได้ทันทีหลังจากปรับปรุงข้อมูลให้เหมาะสมขึ้น เช่น การเพิ่มเอกสารรายได้จากช่องทางอื่น หรือเลือกประเภทรถยนต์ที่มีความเสี่ยงต่ำลง นอกจากนี้ การมีผู้ค้ำประกันที่มีคุณสมบัติเหมาะสมก็ช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติได้ โดยปัจจุบัน กรุงศรี ออโต้ เปิดรับการยื่นกู้ร่วมสำหรับบุคคลในครอบครัวที่อาศัยอยู่ในที่อยู่เดียวกันและต้องการใช้รถร่วมกัน ซึ่งทำให้มีโอกาสผ่านการอนุมัติได้ง่ายขึ้น
ความเชื่อที่ 4: รีไฟแนนซ์รถต้องรอผ่อนครบก่อน
ความจริง: คุณสามารถรีไฟแนนซ์รถได้แม้ยังผ่อนไม่ครบตามสัญญาเดิม โดยเริ่มจากการสอบถามยอดปิดบัญชีจากผู้ให้บริการสินเชื่อรายเก่า เพื่อนำข้อมูลไปยื่นขอพิจารณาสินเชื่อกับผู้ให้บริการรายใหม่ และหากข้อเสนอเป็นที่น่าพอใจก็สามารถเริ่มกระบวนการรีไฟแนนซ์ได้ทันที โดยผลิตภัณฑ์ “คาร์ฟอร์แคช” ถือเป็นอีกทางเลือกที่ได้รับความนิยมในการรีไฟแนนซ์เพื่อลดภาระค่างวด หรือต้องการเงินก้อนไปเสริมสภาพคล่อง โดยที่ยังคงมีรถใช้งานได้ตามปกติ
ความเชื่อที่ 5: ขายรถที่ยังผ่อนไม่หมดให้คนอื่นไม่ได้
ความจริง: รถที่ยังอยู่ในสัญญาเช่าซื้อสามารถเปลี่ยนสัญญาหรือโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ โดยไม่จำเป็นต้องปิดบัญชีสินเชื่อก่อน แต่มีเงื่อนไขว่าผู้เช่าซื้อเดิมจะต้องผ่อนชำระมาแล้วอย่างน้อย 1 ใน 4 ของจำนวนงวดทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่า 12 งวด ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการสินเชื่อ จากนั้นผู้ซื้อรายใหม่จะต้องเข้ารับการพิจารณาคุณสมบัติเหมือนการยื่นขอสินเชื่อใหม่ เมื่อผ่านการอนุมัติจึงจะสามารถรับผิดชอบการผ่อนชำระที่เหลือต่อได้ตามสัญญา
การให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสินเชื่อรถยนต์ของกรุงศรี ออโต้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อรถได้อย่างมั่นใจ แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทของผู้นำตลาดที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจภายใต้แนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบที่ยั่งยืน (Krungsri Auto Sustainable Responsible Lending) เพื่อให้ลูกค้าสามารถประเมินและเลือกเงื่อนไขสินเชื่อที่เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระของตนเองอย่างแท้จริง รวมถึงส่งเสริมการเข้าถึงบริการสินเชื่อที่ครอบคลุมและเท่าเทียม เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาระทางการเงินในระยะยาว
–Standard Chartered จับมือ Alibaba Group ผสานพลัง AI ยกระดับวงการการเงิน







