5G Ambulance นำร่อง 40 คันใน 17 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ติดตั้งเทคโนโลยีแพทย์ทางไกล เพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ประชาชนกว่า 56,000 รายต่อปี
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ผนึกกำลังกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดตัวโครงการ “5G Ambulance” อย่างเป็นทางการ สร้างก้าวสำคัญในการยกระดับบริการการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยประกาศความร่วมมือกับ 17 หน่วยแพทย์ฉุกเฉินทั่วไทย นำร่องติดตั้งเทคโนโลยี 5G บนรถพยาบาล 40 คัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยชีวิตผู้ป่วยในนาทีวิกฤต
“โครงการ 5G Ambulance ไม่เพียงแต่เป็นต้นแบบของการแพทย์ฉุกเฉินอัจฉริยะ แต่ยังสามารถบูรณาการเข้ากับโครงการด้านสุขภาพอื่น ๆ ของกระทรวงฯ เช่น คลาวด์กลางด้านสาธารณสุข เพื่อให้การเข้าถึงข้อมูลและการให้บริการในภาวะฉุกเฉินเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น กระทรวงดีอีพร้อมเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นพลังในการดูแลชีวิตและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนไทยทุกคน” ดร.ปิยนุช กล่าว
ด้าน ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า ชี้แจงว่า โครงการนี้เป็นการต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ในมิติของการดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาและข้อจำกัดในการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉิน ทั้งความล่าช้าในการสื่อสาร การขาดข้อมูลสำคัญของผู้ป่วย และเพิ่มอัตราการรอดชีวิต
“เราให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยี 5G มาเชื่อมโยงข้อมูลบนรถพยาบาล เพื่อให้แพทย์สามารถให้คำปรึกษาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด คาดว่าจะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉินได้เพิ่มขึ้นกว่า 56,000 รายต่อปี” ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าว
ขณะที่ นพ.อารยะ ไข่มุกด์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเสริมว่า กระทรวงสาธารณสุขยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นการริเริ่มโครงการนี้ ซึ่งเปรียบเสมือนการวางรากฐานใหม่ให้กับระบบการช่วยชีวิตของประเทศ การยกระดับระบบให้ครอบคลุมทั้งบุคลากร องค์ความรู้ และเทคโนโลยี จะเป็นเสาหลักในการสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพของประชาชนในระยะยาว
สำหรับระยะแรก โครงการจะยกระดับรถพยาบาลฉุกเฉินขั้นสูง (ALS) และขั้นพื้นฐาน (BLS) รวม 40 คัน ในโรงพยาบาล 17 แห่ง 11 จังหวัด ดังนี้
- โรงพยาบาลหนองม่วงไข่ จังหวัดแพร่
- โรงพยาบาลแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่
- โรงพยาบาลประทาย จังหวัดนครราชสีมา
- โรงพยาบาลฮอด จังหวัดเชียงใหม่
- โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช
- โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา
- โรงพยาบาลสอง จังหวัดแพร่
- โรงพยาบาลเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี
- โรงพยาบาลสิรินธร จังหวัดขอนแก่น
- โรงพยาบาลมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น
- โรงพยาบาลจักราช จังหวัดนครราชสีมา
- โรงพยาบาลตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
- โรงพยาบาลเขาชะเมาเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา จังหวัดระยอง
- โรงพยาบาลไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
- โรงพยาบาลหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด
- โรงพยาบาลปากพะยูน จังหวัดพัทลุง
- โรงพยาบาลพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์
รถพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ 3 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่
- เทคโนโลยีแพทย์ทางไกล (Telemedicine): ประกอบด้วยเครื่องติดตามสัญญาณชีพระยะไกล แพลตฟอร์มบริการการแพทย์ฉุกเฉิน กล้องความละเอียดสูงภายในรถ และกล้องประจำกายเจ้าหน้าที่
- เทคโนโลยีการแพทย์ฉุกเฉิน (Medical Technology): ประกอบด้วยเครื่องคำนวณและให้สารละลายอัตโนมัติ และเครื่องกระตุ้นหัวใจพร้อมตรวจสอบสัญญาณชีพ
- เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย (Safety Technology): ประกอบด้วยกล้องภายนอกรถเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง
ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าและรายละเอียดของโครงการเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.depa.or.th และช่องทางโซเชียลมีเดียของ depa Thailand
–กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ เปิดตัวภาพลักษณ์ใหม่ มุ่งสู่ผู้นำด้านนวัตกรรมการเจริญพันธุ์แบบครบวงจร







