โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ยกระดับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ร่วมกับ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขไทยเข้าสู่ยุค Smart Healthcare 5.0 เปิดตัวนวัตกรรมหุ่นยนต์ทางการแพทย์ยุคใหม่ ชูเทคโนโลยี “Physical AI” และ “Digital Intelligence Fabric” เชื่อมต่อระบบโรงพยาบาลอัจฉริยะ (Digital Hospital) เต็มรูปแบบ มุ่งเป้าดูแลผู้ป่วยมะเร็งและโรคติดต่อทางเดินหายใจ พร้อมชูโมเดลต้นแบบการรักษาแห่งอนาคตในระดับภูมิภาค
อัพเกรด “HAPPY” แท็กทีม “MELODY-LUCKY” คุมเข้มการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์
จากการต่อยอดความสำเร็จของหุ่นยนต์ “HAPPY” ที่ใช้งานในด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์มากว่า 2 ปี ล่าสุดได้มีการเปิดตัวหุ่นยนต์น้องใหม่ “MELODY” และ “LUCKY” ซึ่งถูกอัพเกรดด้วยเทคโนโลยี AI ล่าสุด ทำให้สามารถเรียนรู้และประมวลผลได้แม่นยำขึ้น โดยมีฟังก์ชันเด่นคือ:
- ระบบวัดรังสีอัจฉริยะ: วัดปริมาณการแผ่รังสีของผู้ป่วยก่อนกลับบ้านด้วยระบบ Image Process
- การทำงานแบบฝูงบิน (Multi-Robot): หุ่นยนต์หลายตัวสามารถทำงานประสานกันได้ไร้รอยต่อ
- ระบบอัตโนมัติ: สามารถเคลื่อนที่ผ่านประตู 2 ชั้น และเข้าถึงพื้นที่ห้องพักผู้ป่วยได้เองโดยไม่ต้องใช้มนุษย์ควบคุม
“CORGI” หุ่นยนต์ผู้ช่วยพยาบาลและนักกายภาพบำบัด AI ตัวแรกสำหรับผู้ป่วยกักโรค
อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือการเปิดตัว “CORGI” หุ่นยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลผู้ป่วยในห้องกักโรค (Isolation Ward) โดยเฉพาะ เช่น ผู้ป่วยวัณโรคระยะแพร่เชื้อ เพื่อลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยมีความสามารถที่โดดเด่น ดังนี้:
- Physical AI วิเคราะห์ท่าทาง: ใช้ AI Model วิเคราะห์การเคลื่อนไหวและให้คำแนะนำการทำกายภาพบำบัดแก่ผู้ป่วยแบบ Real-time
- Telemedicine: ระบบวิดีโอคอลเชื่อมต่อแพทย์และผู้ป่วยได้ทันที
- Smart Delivery: รับส่งยา เวชภัณฑ์ และอาหารในพื้นที่ควบคุมความดันพิเศษ
รศ.ดร.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้คือการทรานสฟอร์มสู่ Digital Hospital อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยแบ่งเบาภาระและลดความเสี่ยงให้บุคลากร และพร้อมจะต่อยอดนวัตกรรมนี้ไปสู่การดูแลผู้ป่วยที่บ้านและชุมชนในอนาคต
ด้าน เอกราช ปัญจวิณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวเสริมว่า หัวใจสำคัญคือการวางรากฐาน “Digital Intelligence Fabric” ที่เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน 5G เข้ากับซอฟต์แวร์และ Physical AI ทำให้หุ่นยนต์มี “สมอง” ที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้จริง ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ระบบสาธารณสุขไทยยั่งยืนยิ่งขึ้น







