เมโกะ คลินิก ประกาศควบรวมกิจการกับ โซ เมโกะ คลินิก สู่การเป็น โรงพยาบาลเมโกะ อินเตอร์เนชั่นแนล อย่างเป็นทางการ พร้อมชูจุดแข็งด้านบริการความงามและศัลยกรรมครบวงจร หวังเป็นศูนย์กลางด้านศัลยกรรมและความงามในเอเชีย รองรับการเติบโตของตลาด Medical Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 5.2 แสนล้านบาทภายใน 5 ปีข้างหน้า
พญ.วรารัตน์ สิริกุตตา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลเมโกะ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า ธุรกิจความงามของไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ว่าตลาดมีมูลค่าราว 7 หมื่นล้านบาทในปี 2568 และจะก้าวกระโดดสู่ 5.2 แสนล้านบาทภายในปี 2573 ซึ่งมีปัจจัยหนุนสำคัญจากกระแส Medical Tourism โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y, ผู้หญิง และกลุ่ม LGBTQIA+ ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองและเดินทางเข้ามาใช้บริการด้านความงามและศัลยกรรมเพิ่มขึ้น
การควบรวมกิจการครั้งนี้เป็นการรวมจุดแข็งของทั้งสองแบรนด์เข้าไว้ด้วยกัน โดยเมโกะ คลินิก โดดเด่นด้านการดูแลผิวพรรณและศัลยกรรมความงาม ขณะที่โซ เมโกะ คลินิก เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมจมูก, หน้าอก และการดึงหน้า การผนึกกำลังนี้จึงเป็นการยกระดับสู่การเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านศัลยกรรมและความงาม ที่มุ่งเน้นการดูแลแบบองค์รวม (Holistic) ภายใต้มาตรฐานทางการแพทย์ระดับสากล เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและยั่งยืน
โรงพยาบาลเมโกะ อินเตอร์เนชั่นแนล ตั้งอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต ลงทุนไปกว่า 1,000 ล้านบาทเพื่อสร้างอาคาร, วางระบบ, และนำเข้าเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ตั้งเป้ารายได้ในปีแรกไว้ที่ 600 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีฐานลูกค้ากว่า 100,000 ราย ซึ่งเป็นคนไทย 80% และชาวต่างชาติ 20% โดยกลุ่มลูกค้าหลักคือวัยทำงาน Gen Y ไปจนถึงอายุประมาณ 65 ปี และมีสัดส่วนการใช้บริการด้านศัลยกรรมมากกว่าการดูแลผิวพรรณ
นอกจากนี้ พญ.วรารัตน์ ยังมองเห็นเทรนด์ในอนาคตว่ากลุ่ม Gen Z และ LGBTQIA+ มีแนวโน้มสนใจการทำศัลยกรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดผู้ชายที่กำลังเติบโตสูง ขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์จากกลุ่มประเทศ CLMV, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, ตะวันออกกลาง และจีน ยังคงเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป



