SKF ประเทศไทย ประกาศเปิดตัว Regional Warehouse แห่งใหม่ใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ขยายศักยภาพห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) รองรับการเติบโตแบบก้าวกระโดดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก พร้อมชูโมเดลขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรมคลังสินค้าอัจฉริยะและการขนส่งสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ยุทธศาสตร์ “Tripod” ดันไทยศูนย์กลางกระจายสินค้า 3 ประเทศ
การเปิดคลังสินค้าระดับภูมิภาคแห่งใหม่นี้ อยู่ภายใต้โครงการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์ “Tripod” ซึ่งแบ่งการบริหารจัดการเป็น 3 กลุ่มประเทศ โดยคลังสินค้าในไทยจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงโครงข่ายโลจิสติกส์ ครอบคลุมกลุ่มประเทศเป้าหมาย ได้แก่ ไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและลดระยะเวลาการส่งมอบสินค้าให้แก่ลูกค้าในภาคอุตสาหกรรม
เจาะสเปกคลังสินค้าอัจฉริยะ รองรับกว่า 5,100 SKU
Regional Warehouse แห่งใหม่ตั้งอยู่บนทำเลทองใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 5,102 ตารางเมตร รองรับปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ได้มากกว่า 9 ล้าน TEU โดยภายในคลังสินค้าถูกออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสูงสุด:
- ระบบจัดเก็บหลากหลาย: รองรับทั้งระบบชั้นวางสินค้า (Racking System), ระบบจัดเก็บในช่องเก็บสินค้า (BIN Storage) และการจัดเก็บแบบกองรวม (Bulk Storage)
- ระบบบริหารจัดการคลังสินค้า (WMS): ควบคุมการจัดเก็บ เคลื่อนย้ายสต็อก และติดตามสถานะการจัดส่งแบบเรียลไทม์
- บริการครบวงจร: ครอบคลุมตั้งแต่การรับสินค้า การประมวลผลคำสั่งซื้อ การบรรจุภัณฑ์ พิธีการศุลกากร บริการเสริมด้านโลจิสติกส์ (VAS) ไปจนถึงระบบจัดการสินค้าคืน
ตั้งเป้าปริมาณขนส่งโต 15% ต่อปี ลุยกระจายสินค้าปีแรกทะลุ 5 แสนชิ้น
ทวิวัชร์ เรืองปัญญาโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส เค เอฟ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า คลังสินค้าแห่งนี้จะช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพซัพพลายเชน คาดว่าจะเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้าได้เฉลี่ย 15% ต่อปี และเพิ่มการจัดเก็บสินค้าได้ 10% ต่อปี
สำหรับการดำเนินงานในปีแรก (ปี 2569) ตั้งเป้าปริมาณงานขาเข้ามากกว่า 400,000 ชิ้น/กล่อง และงานขาออกมากกว่า 183,000 ชิ้น/กล่อง โดยสัดส่วนการกระจายสินค้าจะอยู่ที่ ประเทศไทย 75% เวียดนาม 20% และฟิลิปปินส์ 5% ผ่านระบบการขนส่งทั้งทางบกและทางทะเล
ขับเคลื่อนความยั่งยืนด้วย พลังงานสะอาด 100% สู่มาตรฐานอาคารเขียว LEED
นอกเหนือจากมิติทางธุรกิจ SKF ยังผสานนโยบายความยั่งยืน (Sustainability) เข้ากับกระบวนการทำงาน โดยคลังสินค้าแห่งนี้เลือกใช้อุปกรณ์เคลื่อนย้ายและรถลากจูงพลังงานไฟฟ้า 100% (Prime Mover EV) ทั้งหมด ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ราว 30,000 กิโลกรัมต่อปี
พร้อมกันนี้ SKF ประเทศไทย ได้วางแผนยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการสู่สากล โดยตั้งเป้าขอรับรองมาตรฐานอาคารเขียว (LEED Certification – LEED v4) ภายในปี 2570 เพื่อตอกย้ำการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างคุ้มค่า สอดรับกับเป้าหมายด้าน ESG ของกลุ่มบริษัท SKF ทั่วโลก







