บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Webull Thailand ออกแถลงการณ์ยืนยันความบริสุทธิ์ หลังมีกระแสข่าวพาดพิงเชื่อมโยงกับขบวนการฟอกเงินของกลุ่มคอลเซ็นเตอร์จากการทลายเครือข่ายของตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยบริษัทฯ ย้ำชัดไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและยกระดับระบบตรวจสอบเข้มข้นกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
ชี้แจง 3 ประเด็นหลัก ยันดำเนินธุรกิจโปร่งใส
Webull Thailand ได้เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาอย่างต่อเนื่อง โดยสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้:
- นโยบายไม่รับเงินสด: การฝากเงินต้องทำผ่านบัญชีธนาคารที่มีชื่อตรงกับชื่อบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์เท่านั้น เพื่อป้องกันการสวมรอย
- ระบบ KYC มาตรฐานสากล: กระบวนการยืนยันตัวตนลูกค้ามีความเข้มงวด และมีการปฏิเสธลูกค้ากลุ่มเสี่ยงสูงที่มีโปรไฟล์การเงินไม่ชัดเจน
- การจ่ายดอกเบี้ยตามเกณฑ์: การให้ดอกเบี้ยสำหรับเงินพักรอการลงทุนเป็นแนวปฏิบัติปกติของธุรกิจหลักทรัพย์ ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. โดยเก็บรักษาเงินลูกค้าไว้ในบัญชีแยกเฉพาะกับธนาคารพาร์ตเนอร์ระดับโลก
ยกระดับ AI ตรวจสอบพฤติกรรมต้องสงสัย
สาเหตุที่ Webull ตกเป็นเป้าของมิจฉาชีพเนื่องจากระบบการถอนเงินที่สะดวก แต่ปัจจุบันบริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยี AI ตรวจสอบพฤติกรรมน่าสงสัย มาใช้เชิงรุก หากพบรายการฝากเงินแล้วถอนออกทันทีโดยไม่มีการซื้อขาย หรือชื่อบัญชีไม่ตรงกัน ระบบจะระงับธุรกรรมและรายงานต่อ ปปง. ทันที รวมถึงมีการตรวจสอบรายชื่อผ่านฐานข้อมูล Blacklist และ World-Check (Refinitiv)
ย้ำสถานะโบรกเกอร์ระดับโลกภายใต้กฎหมายไทย
Webull Thailand เป็นบริษัทในเครือของ Webull Corporation ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ สหรัฐอเมริกา ดำเนินงานโดยผู้บริหารมืออาชีพและมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 1,000 ล้านบาท บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. อย่างถูกต้อง นักลงทุนสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบ License Check ได้ตลอดเวลา
–BCPG ยันพื้นฐานแกร่ง! ไร้ปัจจัยลบกระทบธุรกิจ หลังราคาหุ้นผันผวน ย้ำเดินหน้าลงทุนพลังงานสะอาดตามแผน







