การเคลื่อนไหวของราคาทองคำในระยะนี้ แม้จะอยู่ในช่วงพักฐาน แต่ผู้เชี่ยวชาญประสานเสียงยืนยันว่านี่ยังไม่ใช่จุดจบของรอบขาขึ้น โดยภาพใหญ่ในเชิงเทคนิคยังคงขับเคลื่อนอยู่ภายใต้วงจรขาขึ้นระดับ “ซูเปอร์ไซเคิล (Supercycle)” ซึ่งเป็นรอบการทะยานขึ้นครั้งใหญ่ที่กินเวลายาวนานถึง 71 ปี
ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า หากอ้างอิงตามทฤษฎี Elliott Wave นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของโครงสร้างนี้ในปี 2514 หลังจากประธานาธิบดีนิกสันประกาศยกเลิกมาตรฐานทองคำ ปัจจุบันราคาทองคำเพิ่งเดินทางมาเพียง 55 ปี ทำให้ยังเหลือเวลาในขาขึ้นรอบใหญ่นี้อีกราว 16 ปี การปรับฐานที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นเพียงการพักตัวในคลื่น 4 ของระดับ Cycle ซึ่งเมื่อปรับฐานเสร็จสิ้น ทองคำจะเตรียมวิ่งเข้าสู่คลื่น 5 ซึ่งเป็นคลื่นขึ้นสุดท้ายของ Supercycle
ความพิเศษของขาขึ้นรอบนี้คือการขับเคลื่อนด้วย “การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง” ของระบบการเงินโลก ไม่ใช่เพียงแค่ข่าวสารหรืออารมณ์ชั่วคราวของตลาด ซึ่งการที่ราคาทองคำสามารถทะลุ 5,000 ดอลลาร์ได้ในปี 2569 นี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ราคาเอาชนะจุดสูงสุดเดิมของปี 2523 ได้เมื่อปรับมูลค่าด้วยอัตราเงินเฟ้อ สะท้อนถึงสภาวะการค้นพบราคาใหม่ (Price Discovery) ที่แยกภาพลวงตาจากเงินเฟ้อออกจากขาขึ้นที่แท้จริง
5 ปัจจัยบวกหนุนโครงสร้างแกร่ง แบงก์ชาติทั่วโลกแห่ตุนทองคำ
YLG ระบุว่า แรงส่งที่ทำให้ทองคำรอบนี้ขึ้นได้กว้างและลึกกว่าทุกช่วงในรอบสองทศวรรษ มาจากการบรรจบกันของ 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่
- การเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก
- กระแส De-dollarization (การลดบทบาทเงินดอลลาร์)
- ปัญหาหนี้สาธารณะ
- ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์
- อัตราเงินเฟ้อ
โดยปัจจัยที่มีน้ำหนักมากที่สุดคือการเก็บสะสมทองคำของธนาคารกลางและกระแส De-dollarization
สอดคล้องกับข้อมูลในไตรมาสแรกของปีนี้ ที่พบว่าธนาคารกลางทั่วโลกมียอดซื้อทองคำสุทธิสูงถึง 244 ตัน ซึ่งสูงกว่าไตรมาสก่อนหน้าและสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ผลสำรวจล่าสุดจากสภาทองคำโลก (World Gold Council) ที่สอบถามธนาคารกลาง 76 แห่งทั่วโลก พบว่า 89% เชื่อว่าปริมาณทองคำสำรองทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า ขณะที่ 11% มองว่าทรงตัว และที่น่าสนใจคือไม่มีธนาคารกลางแห่งใดเลยที่คาดว่าทองคำสำรองจะลดลง
กางกลยุทธ์ดักซื้อช่วงพักฐาน ชี้ Downside จำกัด
สำหรับแนวโน้มการเคลื่อนไหวระยะกลาง YLG และ World Gold Council ประเมินตรงกันว่าราคาทองคำมีโอกาสพักฐานในกรอบ 3,900 ถึง 3,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ซึ่งมองว่าเป็นจังหวะที่ดีในการทยอยสะสมเนื่องจากโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงต่อนั้นมีจำกัด
กลยุทธ์การลงทุน: แนะนำให้แบ่งเงินลงทุนทยอยซื้อเป็นไม้ ๆ ตามแนวรับสำคัญ
- แนวรับแรก (จุดอ้างอิงสะสม): โซน 3,966-3,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์
- แนวรับถัดไป (เพิ่มน้ำหนักการลงทุน): โซน 3,624-3,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์
กรอบแนวต้านสำคัญ:
- แนวต้านแรก: โซน 4,382-4,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ หากยังไม่สามารถฝ่าไปได้ ราคาทองคำจะยังคงอยู่ในช่วงของการปรับฐาน (Correction)
- แนวต้านถัดไป (ด่านสำคัญของปีนี้): โซน 5,260-4,890 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ หากทะลุผ่านแนวต้านแรกได้ มีโอกาสทดสอบเป้าหมายใหญ่ด้านบนทันที ตราบใดที่โครงสร้างขาขึ้นในภาพใหญ่ยังไม่สูญเสียไป
–รู้จัก Vega AI ผู้ช่วยลงทุนอัจฉริยะ จาก Webull ถาม-ตอบเรียลไทม์ พลิกโฉมการลงทุนยุคดิจิทัล







