ครม.เศรษฐกิจเตรียมแจกเงินคนละ 1,000 เยียวยาผลกระทบวิกฤตโควิด-19

64 views

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ซึ่งวาระสำคัญอยู่ที่การพิจารณามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยย้ำว่า ไม่อยากให้มุ่งประเด็นที่เรื่องการแจกเงิน เพราะเป็นเพียงมาตรการส่วนย่อยและชั่วคราวเพียง 2 เดือนเท่านั้น และยังมีมาตรการอื่น ๆ อีกมากที่รัฐบาลทำอยู่และเร่งดำเนินการเพื่อบรรเทาผลกระทบ พร้อมทั้งยืนจะนำพาประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ และขอให้ทุกคนร่วมมือกัน

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังไม่ถึงจุดสูงสุด และขณะนี้ส่งผลกระทบรุนแรงทั่วโลก ในทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่ภาคการท่องเที่ยวเท่านั้น ยังลามไปถึงภาคการผลิตและบริการ ดังนั้น กระทรวงการคลัง / ธนาคารแห่งประเทศไทย และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้เสนอมาตรการบรรเทาผลกระทบชุดที่ 1 ซึ่งเป็นมาตรการระยะสั้นและได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจในวันนี้ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มผู้ประกอบการและประชาชน ประกอบด้วย

มาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้วยการดูแลรายได้ให้เพียงพอ คือ สนับสนุนเงินโดยตรงให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย , เกษตรกร และ กลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ ในระยะเวลาไม่เกิน 2 เดือน โดยจะช่วยเหลือเดือนละ 1,000 บาท ผ่านระบบอีเพย์เม้นต์ ซึ่งกระทรวงการคลังจะรวบรวมจำนวนผู้เข้าข่ายได้รับเงินช่วยเหลือดังกล่าวเพื่อเสนอในที่ประชุม คณะรัฐมนตรีต่อไป ทั้งนี้ ที่ประชุมไม่มีการเปิดเผยวงเงินรวมที่ใช้ในมาตรการนี้

นอกจากนี้ที่ประชุมยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณามาตรการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของประชาชน เช่น การดูแลค่าน้ำ ค่าไฟ แนวทางการลดเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมของนายจ้างและลูกจ้าง รวมถึงลดค่าธรรมเนียมเช่าที่ราชพัสดุ

มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อพยุงธุรกิจและลดปัญหาการเลิกจ้าง โดยมี 4. มาตรการ คือ 1. มาตรการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ 2. พักเงินต้น ขยายเวลาชำระหนี้ และผ่อนภาระดอกเบี้ย สำหรับลูกหนี้ของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ 3. ส่งเสริมให้ธนาคารพาณิชย์ และ สถาบันการเงิน ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้กับลูกหนี้ทุกกลุ่ม รวมถึงผ่อนปรนหลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อต่างๆ และ ลดค่าธรรมเนียมต่าง / ผ่อนปรนการชำระเงินขั้นต่ำสำหรับลูกหนี้บัตรเครดิต เป็นระยะเวลา 2 ปี ถึง 31 ธ.ค.64 และ 4.มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านเงินกองทุนประกันสังคม ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา

สำหรับมาตรการทางภาษี 4 ด้าน คือ 1. คืนสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการในประเทศเพื่อลดภาระชั่วคราว 2. มาตรการลดภาษีลดภาระดอกเบี้ยจ่ายของเอสเอ็มอี ที่เป็นลูกค้าของสถาบันการเงิน 3. ส่งเสริมการจ้างงาน โดยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนำรายจ่ายค่าจ้างลูกจ้างมาหักรายจ่ายได้ 3 เท่า ตั้งแต่ 1 เม.ย.-31 ก.ค. 4.เร่งกระบวนการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ประกอบการ

นอกจากนี้ยังให้กระทรวงการคลังไปดูขั้นตอนการเบิกจ่ายงบรัฐให้มีประสิทธิภาพ และ ให้ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(กลต.) เร่งส่งเสริมความเชื่อมั่นตลาดทุนเป็นการชั่วคราว โดยปรับหลักเกณฑ์การลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ด้วยการปรับสัดส่วนวงเงินลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียน หรือตลาดหุ้นได้มากกว่า 65% ได้จนถึง มิ.ย.63 มีระยะถือครอง 10 ปีเช่นเดิม ขณะเดียวกันให้ธนาคารออมสิน ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยดอกเบี้ยต่ำให้กับธนาคารพาณิชย์อื่น ๆในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์ไปปล่อยกู้ต่อในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.0

รองนายกรัฐมนตรี ยังได้สั่งการให้ กระทรวงการคลัง ไปหารือกับสำนักงบประมาณ แนวทางจัดตั้งกองทุนเพื่อใช้ในภาวะวิกฤตด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการแถลงข่าวของ รองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่เริ่มขึ้นได้ไม่นาน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็เดินมายืนอยู่ด้านหลังโต๊ะแถลงข่าว จึงทำให้นายสมคิด ต้องลุกขึ้นเพื่อเปิดทางให้นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย /////

Social Media

Most Popular

Get The Latest Updates

Biztalk News : Line Official Account

รู้ทัน ข่าวสาร ด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน และการลงทุน ก่อนใคร เพียงสแกน

Categories