จับแล้ว มือป่วนเว็บ ชิม ช้อป ใช้ วัย 19 พบสนใจเขียนโปรแกรมคอมฯตั้งแต่ ป.5

22 views

นายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยพล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก.ปอท. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมมือป่วนเว็บไซต์ ชิมช้อปใช้ ส่งผลให้การลงทะเบียนของประชาชนเกิดความล่าช้า

โดยจากการสืบสวน ของ บก.ปอท. ทราบว่าคนร้ายคือ นายธีรณัฐ มหัทธโนบล อายุ19 ปี อยู่ที่ จ.ปัตตานี จึงทำการรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้และได้รับอนุมัติหมายจับ ตามหมายจับผู้ต้องหาเลขที่ 606/2562 ลงวันที่ 27 ต.ค.62 ข้อหา

“กระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวน จนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ ตาม มาตรา 10 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550”

และเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 62 เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าตรวจค้น บ้านเลขที่ 10 ซอย 1 ต.จะบังติกอ อ.เมือง จว.ปัตตานี พบผู้ต้องหา จึงได้จับกุมพร้อมตรวจยึดของกลาง ที่ใช้ในการกระทำผิด ดังนี้ คอมพิวเตอร์ประกอบเอง 1 ชุด คอมพิวเตอร์โน้ตบุ้ค 1 เครื่อง คอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋ว(raspberry pi) 1เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง external HDD 2 อัน และของกลางอื่นๆ รวม 17 รายการ

ผู้ต้องหาให้การ รับสารภาพ ว่าเป็นผู้ทำให้ระบบ เว็บไซต์ ชิมชอปใช้ ช้า และกีดขวางให้ประชาชนทั่วไปไม่สามารถลงทะเบียนได้ตามปกติ โดยมีการทดลองเข้าระบบแล้วตั้งแต่เฟสแรก และ เริ่มทำจริงจังในเฟสที่ 2 พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีโรบอท หลายตัวเข้าระบบ โดยมีการโพสต์ชุดคำสั่งในเฟสบุ๊คเพื่อให้คนดาวน์โหลดและกดเข้าไปในระบบผ่านเว็บไซต์ www.understop.com โดยอ้างว่าจะช่วยให้ลงทะเบียนได้เร็วขึ้น และเมื่อมีการรวบรวมคนได้มาก และสามารถเข้าระบบได้จะทำให้สามารถครองพื้นที่ในการลงทะเบียนได้ส่วนหนึ่ง โดยพบว่าช่วงเวลาที่มีการเข้าระบบ ทั้งคนและบอท รวมกันสูงสุดถึง 20 ล้านคน (โดยผู้กดเข้าไปในลิงค์ 1 ครั้ง ระบบจะปั้มบอทได้ 400 ตัว และในช่วงพีคพบว่ามีคนกดเข้าลิ้งค์ 50,000 คน จึงปั้มบอทเข้าระบบได้ถึง 20 ล้านคน) ส่วนคนที่หลงเชื่อเข้าไปใช้จริงเท่าไหร่นั้นยังต้องตรวจสอบไปทาง www.understop.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ผู้ต้องหาใช้ดำเนินการ เนื่องจากมีเซิร์ฟเวอร์อยู่ที่สิงคโปร์

ทั้งนี้เเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุม พร้อมแจ้งข้อหา “กระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวน จนไม่สามารถทำตามปกติได้ ตาม มาตรา 10 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550” อัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และต่อมาเมื่อ สอบปากคำเพิ่มเติมพบกว่าผู้ต้องหาผู้เขียนชุดคำสั่งเอง และเผยแพร่ทาง facebook จึงได้แจ้งขอกล่าวหาเพิ่มเติม ตาม มาตรา 13 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ในข้อหา “เผยแพร่ชุดคำสั่งที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดตามมาตรา 10” อัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้พบว่าผู้ต้องหามีความสนใจในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ ป.5 และยังตรวจพบหลักฐานการกระทำผิดอื่นๆ ของผู้ต้องหาซึ่งต้องทำการสืบสวนสอบสวนต่อไป