จุรินทร์ ประกาศ ไทย เป็นผู้นำอันดับ 1 ของโลกด้านการผลิตและการค้ามันสำปะหลัง

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา คณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ และนายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา ร่วมการประชุมหารือร่วมกับระหว่างหอการค้าจังหวัด สมาคม ท่องเที่ยวจังหวัด กลุ่มเครือข่ายภาคธุรกิจ (Biz club) จังหวัด นครราชสีมา และทีมเซลล์แมนจังหวัดนครราชสีมา และแถลงยุทธศาสตร์มันสำปะหลัง ปี 2564 -2567 และมอบ GI ทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ โดยการประชุมมีนายจุรินทร์เป็นประธาน ที่โรงแรม เดอะ กรีนเนอรี่ รีสอร์ท เขาใหญ่ อำเภอ ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่เวลา 15.00-17.00 น.

นายจุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้มีการประชุมหารือระหว่างทีมท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ทีมเซลล์แมนจังหวัดนครราชสีมา และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสมาคมที่เกี่ยวกับมันสำปะหลัง โดยที่ประชุมมีมติ

ประเด็นที่หนึ่ง ช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีหน้า จะจับมือกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์ จังหวัดนครราชสีมา และภาคเอกชน จัดงาน virtual inter trade fair นครชัยบุรินทร์ 4 จังหวัด ประกอบด้วย นครราชสีมา ชัยภูมิบุรีรัมย์ และสุรินทร์ เพื่อส่งเสริมการค้าและเศรษฐกิจของ 4 จังหวัดเป็นการเฉพาะโดยกระทรวงพาณิชย์สั่งเป็นแม่งาน

ประเด็นที่สอง จะร่วมกันจัดงาน mini expo
ในวันที่ 15 ถึง 19 ธันวาคม 2564 เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจการค้าของจังหวัดนครราชสีมา

ประเด็นที่สาม มอบหมายให้สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ประสานงานกับองค์การเภสัชกรรม ให้ผู้ประกอบการและเจ้าของโรงงานในจังหวัดนครราชสีมา ซื้อ ATK ในราคาชิ้นละ 40 บาท ขององค์การเภสัชกรรมจำนวน 200,000 ชิ้น เพื่อใช้ป้องกันการแพร่ระบาดของโควิดในภาคการผลิตของจังหวัด

ประเด็นที่สี่ ตกลงร่วมกันจัดงานมันสำปะหลังโลก หรือ World Tapioca Conference
ที่จังหวัดนครราชสีมา ช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า แต่ติดขัดในเรื่องของงบประมาณเพราะกรรมาธิการของสภาได้ตัดงบออก แต่กรมการค้าต่างประเทศรับที่จะไปดำเนินการประสานงานทุกวิถีทาง เพื่อให้จัดงานนี้ขึ้นมาให้ได้ต่อไป เพราะจังหวัดนครราชสีมาถือเป็นเมืองหลวงของมันสำปะหลังของประเทศ และเรามีประสบการณ์ในการจัดงานมันสำปะหลังโลกมาแล้ว ถึงไม่ควรปล่อยให้โควิดเป็นอุปสรรค

ประเด็นที่ห้า ปัญหาข่าวที่ทางการจีนอาจกำหนดเงื่อนไข ให้ผู้ส่งออกแป้งมันสำปะหลังไทยต้องขึ้นทะเบียนก่อนในเดือนตุลาคมปีนี้จึงสามารถส่งออกแป้งมันสำปะหลังไปยังประเทศจีนได้ ซึ่งข้อมูลยังขาดความชัดเจนแต่ข่าวที่ปรากฏ เบื้องต้นผู้ประกอบการส่งออกแป้งมันจะต้องไปจดทะเบียน เพื่อป้องกันปัญหาจึงให้กรมการค้าต่างประเทศนำรายชื่อผู้ส่งออกแป้งมันไทยที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 171 บริษัท โดยกรมฯจะยื่นขอขึ้นทะเบียนไว้กับกรมวิชาการเกษตรไปพลางก่อน และให้ถือว่าภาคเอกชนได้ยื่นขอขึ้นทะเบียนแล้วเพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา

ประเด็นที่หก สภาเกษตรเสนอให้สามารถหาท่อนพันธุ์คุณภาพจากแหล่งต่างๆทั่วประเทศเพื่อนำมาปลูกในฤดูการผลิตต่อไปได้ โดยมอบหมายท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นตัวกลาง นัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกษตรกรสามารถหาท่อนพันธุ์มาปลูกในฤดูกาลต่อไปได้

ประเด็นที่เจ็ด มอบทะเบียน GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ ถือว่าจดทะเบียน GI เรียบร้อยแล้ว ให้กับทางจังหวัดนครราชสีมา

ประเด็นที่แปด เราได้มีมติโดยคณะกรรมการมันสำปะหลังแห่งชาติกำหนดยุทธศาสตร์มันสำปะหลังไทยและมีผลบังคับใช้ในช่วงเดือนสิงหาคมปีนี้ โดยยุทธศาสตร์มันสำปะหลังไทย มีวิสัยทัศน์สำคัญ คือให้ประเทศไทยเป็นผู้นำทางด้านการผลิตและการค้ามันสำปะหลังคุณภาพอันดับหนึ่งของโลกอย่างต่อเนื่อง
โดยมีอายุ 4 ปี 64-67 เป้าหมายสำคัญ คือ 1.สร้างมูลค่าการส่งออกให้เพิ่มขึ้นอย่างน้อยปีละ 3% ทุกปีต่อเนื่อง 2.จะดำเนินการให้ราคามันสำปะหลังของเกษตรกรในประเทศมีเสถียรภาพ และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย 3.จะดำเนินการให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงต้นพันธุ์ที่ต้านทานโรค เชื้อแป้งสูงและสามารถเพิ่มผลผลิตต่อไร่ในปี 67 ไม่ต่ำกว่า 5 ตันต่อไร่

โดยมีมาตรการ 3 ด้านช่วยขับเคลื่อน 1.ด้านการผลิต 2.ด้านตลาดในประเทศ 3.ด้านตลาดต่างประเทศหรือการส่งออก

1.ด้านการผลิตประกอบด้วย 4 มาตรการ 1)การพัฒนาพันธุ์ เพื่อนำไปสู่พันธุ์ต้านทานโรคใบด่าง เชื้อแป้งสูงและผลผลิตต่อไร่สูง 2)ลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตต่อไร่ จากปัจจุบันประมาณ 3.6 ตันต่อไร่ เป็นไม่ต่ำกว่า 5 ตันต่อไร่ในปี 67 3)พัฒนาคุณภาพมันสำปะหลังไทยตามความต้องการของตลาดโดยใช้ “ตลาดนำการผลิต” 4)สร้างกลุ่มและรวมกลุ่ม เพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับประเทศผู้ซื้อ

2.ด้านตลาดในประเทศ 1)จะรักษาสมดุลด้านเสถียรภาพของราคาสำหรับตลาดในประเทศ 2)ส่งเสริมการขายมันสำปะหลัง หรือผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังผ่านช่องทางตลาดที่มีความหลากหลาย 3)ส่งเสริมการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

3.ด้านตลาดต่างประเทศหรือการส่งออก 1)จะขยายตลาดการส่งออกมันสำปะหลังไทยไปหลากหลายประเทศมากขึ้น แทนที่จะพึ่งพาตลาดจีนเพียงอย่างเดียว 2)ส่งเสริมการส่งออกสินค้ามูลค่าเพิ่ม จากผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังด้วยการแปรรูปและใช้นวัตกรรมมากขึ้น 3)เพิ่มอำนาจต่อรองทางการค้า เช่น การรวมกลุ่มประเทศผู้ผลิต ผู้ส่งออกทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าด้วยกัน เพื่อเสริมอำนาจการต่อรองกับผู้ซื้อ เป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Social Media

Most Popular

Get The Latest Updates

Biztalk News : Line Official Account

รู้ทัน ข่าวสาร ด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน และการลงทุน ก่อนใคร เพียงสแกน

Categories