ร้องรัฐแก้ปัญหาราคาปลากระพงตกต่ำ!???

727 views

วันนี้กลุ่มเกษตกรผู้เลี้ยงปลากระพง รวมตัวกันยื่นข้อเรียกร้องขอให้รัฐมีมาตรการหยุดนำเข้าปลากระพงจากต่างชาติเป็นเวลา 3 เดือน หลังราคาตกต่ำ

โดยกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระพงขาว เรียกร้องให้รัฐมีมาตรการยุติการนำเขาปลากระพงจากต่างประเทศ เป็นระยะเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2562 เป็นต้นไป เนื่องจากเป็นเป็นสาเหตุทำให้ราคาปลากะพงขาวตกต่ำ โดยเฉพาะราคาขายที่ปากบ่อ หรือแพปลา ที่ราคาร่วงลงเหลือเพียง 70 บาท ต่อกิโลกรัมเท่านั้น โดยได้รับผลกระทบจากปลากระพงขาวที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านทำให้เกิดปัญหาปลากระพงล้นตลาด ที่ล้นตลาดก็เพราะการเปิดเขตการค้าเสรี FTA ทำให้สินค้าสัตว์น้ำหลายชนิดทะลักเข้ามาในประเทศ โดยเฉพาะปลากระพงขนาด 7-9 ขีด ที่เพื่อนบ้าน(มาเลเซีย) ไม่ชอบกิน แต่คนไทยชอบ ก็เลยส่งมาขายไทย รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งทำให้การส่งออกปลากระพงของเพื่อนบ้านมาไทย เขาได้กำไรเยอะขึ้น แม้ต้นทุนผลิตจะใกล้เคียงกัน

ทั้งนี้นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคเอกชนมาหารือ เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยยอมรับว่า การยุตินำเข้าปลากระพงจากต่างประเทศ (มาเลเซีย) คงทำไม่ได้ เนื่องจากมีปัจจัยเรื่องการเปิดเสรีการค้า (FTA) แต่จะหารือกับกระทรวงพาณิชย์ให้ตรวจสอบเรื่องการทุ่มตลาด ว่าทำได้หรือไม่

นอกจากนี้ได้หามาตรการช่วยเหลืออื่นๆ เช่น การหาตลาดเพื่อส่งออกเพิ่ม และร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ จัดโครงการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ ชวนกินปลากระพงไทย คุณภาพดี ราคาถูก เบื้องต้นตั้งเป้าหมายไว้ 4 จังหวัดนำร่อง คือ เชียงใหม่ นครราชสีมา ชลบุรี และ กทม. เพื่อให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระพงขาวแปลงใหญ่ นำปลากระพงขาวมาจำหน่ายในราคาถูก กิโลกรัมละประมาณ 150 บาทซึ่งต่ำกว่าท้องตลาดในปัจจุบันที่เฉลี่ย 200 บาทต่อกิโลกรัม โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดตลาดจำหน่ายได้ภายในปลายเดือนนี้ พร้อมย้ำให้เกษตรกรปรับวิธีการจำหน่ายจากพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง มาเป็นจำหน่ายเองโดยตรงถึงผู้บริโภคและจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสารตกค้าง และการสุ่มตรวจโรค รวมถึงส่งเสริมระบบการผลิตของเกษตรกรให้เข้าสู่แปลงใหญ่ และจะลดการผลิตลูกพันธุ์ลงให้สมดุลกับปริมาณความต้องการปลาเนื้อ

ทั้งนี้พบว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีการนำเข้าปลากระพงจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น จากไตรมาสละ 500 ตัน เป็น 2,000 ตัน ทำให้ราคาหน้าบ่อตกต่ำลงจากกิโลกรัมละ 100 บาท เหลือ เพียง กิโลกรัมละ 70 บาท ซึ่งใกล้เคียงระดับต่ำสุดเมื่อปี 2555 ที่ราคาอยู่ที่ กิโลกรัมละ 60-80 บาท

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Social Media

Most Popular

Get The Latest Updates

Biztalk News : Line Official Account

รู้ทัน ข่าวสาร ด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน และการลงทุน ก่อนใคร เพียงสแกน

Categories