หอการค้าหนุนรัฐคลายล็อดดาวน์ ดันเงินสะพัดลงระบบเศรษฐกิจ 2 แสนล้าน

38 views

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ประจำเดือนเมษายน 2563 อยู่ที่ระดับ 32.1 ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 15.7 จุด และถือว่าต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่มีการสำรวจมา 28 เดือน โดยดัชนีความเชื่อมั่นในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ25.9 และดัชนีอนาคตอยู่ที่ 38.4 เป็นผลจากปัจจัยลบทั้งสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 , การใช้มาตรการล็อคดาวน์ในหลายจังหวัด, การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปิดกิจการบางประเภท ส่งผลให้เกิดการการว่างงาน ขาดรายได้ และกระทบความเชื่อมั่นผู้บริโภค ขณะที่ปัจจัยบวกมีเพียงมาตรการรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์โควิด, ส่งออกและดัชนีตลาดหุ้นดีขึ้นเล็กน้อย

โดยธุรกิจที่ค่าดัชนีความเชื่อมั่นลดลงหนักสุดคือภาคการท่องเที่ยว ภาคอุตสาหกรรม และ ภาคบริการ ทั้งนี้หอการค้าทั่วประเทศมีข้อเสนอที่ตรงกันคือต้องการให้รัฐเร่งผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ เร่งเปิดธุรกิจให้กลับมาดำเนินการได้ , มาตรการช่วยเหลือประชาชนให้ทั่วถึง และ หามาตรการช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบให้เข้าถึงสินเชื่อเพื่อรักษาการสถานะการจ้างงาน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่าการผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ระยะที่ 2 ในกลางเดือนนี้ และระยะที่ 3 ที่คาดว่าจะมีขึ้นในเดือนหน้า จะช่วยลดปัญหาการตกงาน จากเดิมที่ประเมินไว้ว่าหากมีการล็อคดาวน์ยาวถึงเดือน มิ.ย.63 จะส่งผลให้มีคนตกงานถึง 7 ล้านคน แต่เมื่อรัฐบาลเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ ให้ธุรกิจเริ่มกลับมาประกอบการได้ ก็คาดว่าจะช่วยลดจำนวนคนตกงานลงเหลือประมาณ 3 ล้านคน

ขณะที่เม็ดเงินที่จะพัดในระบบเศรษฐกิจ หากรัฐผ่อนคลายล็อคดาวน์ระยะที่ 2 มองว่า ต้องขึ้นอยู่กับจำนวนสถานประกอบการที่ได้รับการปลดล็อค โดยการปลดล็อค 6 กิจกรรมธุรกิจในระยะแรก เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา พบว่ามีสถานประกอบการกลับมาเปิดกิจการได้ราว 33% หรือ 1 ใน 3 ของสถานประกอบการโดยรวมของประเทศ ส่งผลให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบวันละ 2,000-3,000 ล้านบาท หรือ เดือนละ 60,000-90,000 ล้านบาท และหากปลดล็อคระยะที่ 2 คาดว่าจำนวนสถานประกอบการจะกลับมาดำเนินธุรกิจได้ประมาณ 60-75% ส่งผลให้มีเม็ดเงินสะพัดราว 6,000-8,000 ล้านบาทต่อวัน หรือเดือนละประมาณ 2 แสนล้านบาท

โดยคาดว่าในเดือนพ.ค.นี้ คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดลงระบบเศรษฐกิจจากการผ่อนคลายล็อคดาวน์ ประมาณ 1.5-2 แสนล้านบาท จากเม็ดเงินที่หายไปจากระบบช่วงล็อคดาวน์ราว 3 แสนล้านบาทต่อเดือน พร้อมมองว่าเศรษฐกิจไทย ยังมีโอกาสฟื้นตัวได้ในระยะ 6-9 เดือน โดยหากปลดล็อคดาวน์ภายในมิถุนายน ก็เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้ในช่วงปลายไตรมาส 3